นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกถึงสาเหตุที่วันนี้ ไม่สามารถบอกวันเวลาที่น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะแห้ง จากที่เมื่อวานนี้ที่ผ่านมา (29 ก.ย.) ให้ข้อมูลว่าจะใช้ระยะเวลา 2-3 วัน น้ำลดและสัญจรได้เป็นปกติว่า ภาพรวม 2-3 วันนี้ น้ำจะลดลงเกินกว่า 90 %
ส่วนชุมชนต่างๆ ที่นายกรัฐมนตรี เข้าไปในพื้นที่ ได้ให้ใช้เครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก จำนวน 3-400 ตัว เข้าไปในชุมชน เพื่อเร่งระบายน้ำออกทางอ่าวไทยแล้ว จะส่งผลให้น้ำท่วมขังภายในชุมชนลดลง แต่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะลดภายในกี่วัน อย่างไรก็ตาม จะทำให้เร็วที่สุด
ส่วนที่ไม่คาดการณ์ กรณีฝนจะตกในวันที่ 4-6 ตุลาคม 2569 รวมถึงน้ำเหนือจะเข้ามาเติม จะระบายน้ำออกจากกรุงเทพมหานครทันหรือไม่นั้น โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า ฝนออกจากกรุงเทพมหานครไปแล้ว และน้ำที่มีอยู่กำลังจะระบายออก จากรายงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บอกว่ามีประสิทธิภาพในการระบายเพิ่มขึ้น โดยพื้นที่ที่น้ำเคยเต็มคลอง ได้พร่องลงไปแล้ว ถือเป็นข้อดีว่าน้ำจากคลองเริ่มไหลไปได้
ส่วนที่กังวลว่า น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาจะลงมาหนุนนั้น เน้นย้ำว่า ปัจจุบันมีการบริหารจัดการน้ำ โดยภาคเหนือหากดูแผนที่ประเทศไทย แม่น้ำปิงไหลจาก จ.เชียงใหม่ ลงมา จ.นครสวรรค์ มีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย, แม่น้ำน่านก็ไม่ได้เพิ่ม, น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าแม่น้ำสะแกกรัง, และแม่น้ำสะแกกรัง ที่ไหลกลับเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาก็ทรงตัวแล้ว
ดังนั้นน้ำที่ลงมาจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปัจจุบันมีการระบายน้ำอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำได้ถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตร/วินาที และเมื่อน้ำมาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จุดบางบาล บางไทร แต่จุดสูงสุดที่ทำให้กรุงเทพมหานครมีน้ำท่วมได้ ปริมาณน้ำต้องอยู่ที่ 3,000 ลูกบาศก์เมตร / วินาที แต่ปัจจุบันน้ำที่อยู่ที่บางบาล และบางไทร อยู่ที่ 2,100 ลูกบาศก์เมตร / วินาที ยังเหลืออีก 900 ลูกบาศก์เมตร/ วินาที และวันที่ 4-6 ตุลาคมที่จะมีฝนเข้ามานั้นเป็นฝนเปลี่ยนฤดู ไม่ใช้ฝนตกแช่ ดังนั้น ปริมาณน้ำฝนไม่น่าจะกระทบต่อปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้นในแม่น้ำเจ้าพระยา
นายเอกภพ บอกอีกว่า นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำว่า หน่วยงานราชการที่ถูกน้ำท่วมขังในขณะนี้ เช่น กกท. และพื้นที่กองทัพ ต้องยังไม่สูบน้ำ แต่ต้องเร่งระบายน้ำออกจากบ้านเรือนประชาชนก่อน โดยพื้นที่ราชการจะเป็นพื้นที่สุดท้ายที่จะต้องระบายน้ำ ส่วนปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นของแม่น้ำแม่กลอง จากการระบายน้ำ ของเขื่อนในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ที่วันนี้เพิ่มขึ้น 80 % นั้น ขอให้ประชาชนที่อยู่ตามแนวตลิ่งติดตามสถานการณ์จากในพื้นที่ และให้ยกของขึ้นที่สูง








