รัฐบาลเคาะงบ 126 ล้านบาท ดูแลผู้ประสบอุทกภัย 17 จังหวัดภาคเหนือ

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าติดตามและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง โดยที่ประชุมคณะกรรมการแก้ไขอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธาน มีมติอนุมัติงบประมาณเร่งด่วน รวม 126 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำและเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ครอบคลุม 17 จังหวัดภาคเหนือ

งบ 126 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 96 ล้านบาท สำหรับดำเนินการในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และอีก 30 ล้านบาท สำหรับเร่งฟื้นฟูจังหวัดน่าน ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยรัฐบาลกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการในจุดที่มีความจำเป็น เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนโดยเร็ว

สำหรับงบประมาณ 96 ล้านบาท จะนำไปใช้ซ่อมแซมฝายชะลอน้ำ พนังกั้นน้ำ และพื้นที่รับน้ำเดิมที่ชำรุด รวมถึงสถานีวัดน้ำและเครื่องสูบน้ำที่ได้รับความเสียหาย พร้อมขุดลอกคูคลอง กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และจัดทำระบบแก้มลิงพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่

การดำเนินงานครอบคลุม 17 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงราย น่าน พะเยา แพร่ ตาก พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร อุทัยธานี และเพชรบูรณ์ โดยประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดโครงการในพื้นที่ได้ทางเว็บไซต์ https://dashboard.thaiwaterplan.com/v1/public_dashboard.php

ส่วนงบประมาณเพิ่มเติม 30 ล้านบาท สำหรับจังหวัดน่าน จะเน้นการฟื้นฟูความเสียหายและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้ง ซ่อมแซมตลิ่งที่เสียหาย ก่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้ผู้ประสบภัยที่สูญเสียที่อยู่อาศัยและซ่อมแซมระบบประปาชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคที่จำเป็นกลับมาใช้งานได้โดยเร็ว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาอุทกภัยไม่ได้จบลงเมื่อน้ำลด แต่ต้องดูแลประชาชนต่อเนื่องจนกว่าจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยรัฐบาลจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าทั้งการป้องกัน การรับมือและการฟื้นฟู โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายต่อบ้านเรือนและระบบสาธารณูปโภค เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง