นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและการบริการของประเทศไทย โดยมี นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสาโรจน์ สามารถ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดกระทรวงคมนาคม นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ร่วมเป็นสักขีพยาน
การลงนามครั้งนี้เป็นการบูรณาการระหว่างภาคีเครือข่าย 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมท่าอากาศยาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงศักยภาพของระบบคมนาคมและอุตสาหกรรมการบินเข้ากับภาคการท่องเที่ยวและบริการ มุ่งสร้างความสะดวกในการเดินทาง เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และกระจายโอกาสไปสู่ผู้ประกอบการและชุมชน พร้อมสนับสนุนการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) และศูนย์กลางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) ของภูมิภาค
ในไตรมาสแรกของปี 2569 ประเทศไทยมีผู้โดยสารเดินทางเข้าประเทศประมาณ 17.43 ล้านคน ในจำนวนนี้กว่า 1.3 ล้านคน เป็นผู้โดยสารเปลี่ยนเที่ยวบิน (Transfer Passenger) ซึ่งมีเวลารอเชื่อมต่อเที่ยวบินเฉลี่ย 6–12 ชั่วโมง ถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งพัฒนาสิทธิประโยชน์และบริการที่เชื่อมโยงการเดินทางกับกิจกรรมท่องเที่ยว การพำนัก และการใช้บริการในประเทศไทย เปลี่ยนเวลารอให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการพัฒนาการเดินทางแบบไร้รอยต่อ (Seamless Journey)
การเชื่อมโยงระบบคมนาคมกับการท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กระทรวงคมนาคมพร้อมร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและทุกภาคี เพื่อให้การเดินทางที่สะดวกและมีประสิทธิภาพ นำไปสู่โอกาสด้านการท่องเที่ยว การใช้บริการ และการสร้างรายได้แก่ประชาชน ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย
ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล ทย. จะขับเคลื่อนภารกิจให้สอดคล้องกับกรอบความร่วมมือ โดยมุ่งยกระดับท่าอากาศยานทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และมาตรฐานการให้บริการ ควบคู่กับการพัฒนาระบบเชื่อมต่อท่าอากาศยานกับตัวเมือง แหล่งท่องเที่ยว และระบบขนส่งในพื้นที่ รวมถึงประสานความร่วมมือกับสายการบินและภาคการท่องเที่ยว เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางสู่เมืองหลักและเมืองท่องเที่ยว เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ภูมิภาค
ทั้งนี้ ท่าอากาศยานในสังกัดถือเป็นประตูสำคัญสู่ภูมิภาค การพัฒนาจึงต้องครอบคลุมทั้งความพร้อมของท่าอากาศยานและการเชื่อมต่อการเดินทาง เพื่อให้ผู้โดยสารเข้าถึงเมืองและแหล่งท่องเที่ยวได้สะดวก และส่งต่อประโยชน์จากการเดินทางทางอากาศสู่ผู้ประกอบการและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า ทย. พร้อมนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยร่วมกับภาคีพัฒนาการให้บริการและการเชื่อมต่อการเดินทางในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบ พร้อมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ด้านการบริหารท่าอากาศยาน เพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่างท่าอากาศยาน สายการบิน ภาคการท่องเที่ยว ภาควิชาการ และผู้ประกอบการ ให้สามารถอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับความร่วมมือดังกล่าวดำเนินการภายใต้โครงการ Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege โดยภาคีทั้ง 6 หน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาสิทธิประโยชน์ การอำนวยความสะดวกและการเชื่อมโยงการเดินทาง การประชาสัมพันธ์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ รวมถึงผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากการเดินทางและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งความร่วมมือมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในต้นปี 2570








