วันมะเร็งเต้านมสากล ตรงกับวันที่ 7 ตุลาคมของทุกปี และเดือนตุลาคมซึ่งเป็นเดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านมทั่วโลก (Breast Cancer Awareness Month) หน่วยงานในสังกัด กระทรวงสาธารณสุข (เช่น สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ) ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้และสร้างความตระหนัก เผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมให้ความรู้ผ่านช่องทางออนไลน์และออนไซต์ เพื่อให้ผู้หญิงตระหนักถึงภัยของมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย มีการส่งเสริมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE): แนะนำขั้นตอนและฝึกทักษะการคลำเต้านมด้วยตนเองอย่างถูกวิธีทุกๆ เดือน ให้บริการประเมินความเสี่ยง จัดทำระบบหรือแบบประเมินคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้นด้วยตนเอง เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพหรือส่งต่อพบแพทย์หากพบความเสี่ยงสูง ตรวจคัดกรองและให้คำปรึกษาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนสิทธิประโยชน์การตรวจคัดกรองโรค ตลอดจนการตรวจหายีนกลายพันธุ์ (BRCA1/BRCA2) สำหรับกลุ่มเสี่ยงสูงและญาติสายตรงในระบบสุขภาพ
5 สัญญาณเตือน “มะเร็งเต้านม”ที่ไม่ควรมองข้าม
มะเร็งเต้านมในระยะแรกอาจไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บ ดังนั้นการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเต้านมจึงเป็นเรื่องสำคัญ WHO ระบุสัญญาณที่ควรสังเกตไว้ เช่น
1. คลำพบก้อนหรือบริเวณที่หนาตัวขึ้น
หากคลำพบก้อนหรือบริเวณที่รู้สึกแตกต่างไปจากเนื้อเต้านมโดยรอบ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ แม้ว่าก้อนนั้นจะไม่เจ็บก็ตาม
2. ขนาดหรือรูปร่างของเต้านมเปลี่ยนไป
หากเต้านมข้างใดข้างหนึ่งมีขนาด รูปร่าง หรือลักษณะเปลี่ยนไปจากปกติอย่างเห็นได้ชัด ควรสังเกตและปรึกษาแพทย์
3. ผิวหนังบริเวณเต้านมเปลี่ยนแปลง
เช่น ผิวบุ๋ม เป็นรอย รอยแดง หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่ไม่ เคยมีมาก่อน
4. หัวนมหรือลานหัวนมมีลักษณะผิดปกติ
หากลักษณะของหัวนมหรือผิวหนังบริเวณรอบหัวนมเปลี่ยนไปจากเดิม ก็ควรได้รับการประเมิน
5. มีของเหลวผิดปกติหรือเลือดออกจากหัวนม
โดยเฉพาะของเหลวหรือเลือดที่ออกจากหัวนมโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ถือเป็นอีกหนึ่งความผิดปกติที่ไม่ควรละเลย
อย่างไรก็ตาม การพบอาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็งเต้านมเสมอไป เพราะก้อนและความผิดปกติของเต้านมจำนวนมากสามารถเกิดจากสาเหตุอื่นได้ สิ่งที่ควรทำคือเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง แทนการวินิจฉัยด้วยตัวเอง
ผู้ชายก็เป็นมะเร็งเต้านมได้
แม้มะเร็งเต้านมจะพบในผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ แต่ผู้ชายก็สามารถเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน WHO ระบุว่า ประมาณ 0.5–1% ของมะเร็งเต้านมทั้งหมดเกิดขึ้นในผู้ชาย ดังนั้น หากผู้ชายคลำพบก้อนบริเวณเต้านม หรือพบความผิดปกติบริเวณหัวนม ก็ไม่ควรมองข้ามเช่นเดียวกัน








