กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกรุงเทพมหานคร ปรับภารกิจโรงพยาบาลสนาม ณ โรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง สู่ “ศูนย์ฟื้นฟูทางการแพทย์และสาธารณสุข” เดินหน้าดูแลสุขภาพกาย สุขภาพจิต สุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม และป้องกันโรคในชุมชนร่มเกล้าหลังระดับน้ำลด

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งในระยะฉุกเฉินและการฟื้นฟูภายหลังน้ำลด โดยที่ผ่านมาได้มอบหมายให้กรมการแพทย์จัดทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ (MERT) ร่วมกับกรมต่างๆ และหน่วยงานเครือข่าย เปิดให้บริการโรงพยาบาลสนาม ณ โรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง เพื่อรองรับประชาชนในชุมชนร่มเกล้าที่ไม่สามารถเดินทางไปยังสถานพยาบาลภายนอกได้ เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูง ให้ได้รับการตรวจรักษาและส่งต่ออย่างเหมาะสม

ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ประชาชนสามารถเดินทางไปรับบริการจากสถานพยาบาลได้สะดวกขึ้น จึงให้ปรับภารกิจโรงพยาบาลสนามเป็น “ศูนย์ฟื้นฟูทางการแพทย์และสาธารณสุข ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกรุงเทพมหานคร” พร้อมย้ายกองอำนวยการจากโรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบังไปยังศูนย์บริการสาธารณสุขที่ 45 สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และยุติการให้บริการโรงพยาบาลสนาม เพื่อคืนพื้นที่ให้โรงเรียนกลับไปดำเนินภารกิจตามปกติ

*ศูนย์ฟื้นฟูฯ จะดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางในกลุ่ม NCDs ผู้ป่วยที่ประสบปัญหาสุขภาพจิต และฟื้นฟูสุขอนามัยของประชาชนที่อาศัยภายในเคหะชุมชนร่มเกล้าหลังน้ำท่วม ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการในพื้นที่ โดยจะบูรณาการภารกิจระหว่างกรมอนามัย กรมควบคุมโรค กรมสุขภาพจิต และสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เพื่อดูแลเชิงรุกด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ทั้งการจัดการขยะ การทำความสะอาดที่พักอาศัย การดูแลคุณภาพอาหารและน้ำดื่ม ตลอดจนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคที่มากับน้ำท่วม ควบคู่กับการดูแลสุขภาพจิตของผู้ประสบภัย เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ได้ดำเนินงานตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยจัดทีม MERT ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายให้บริการประชาชน ณ โรงพยาบาลสนามดังกล่าว ทั้งการตรวจรักษาผู้ป่วยนอก การส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลภายนอก และการออกดูแลผู้ป่วยที่บ้าน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาในช่วงที่การเดินทางมีข้อจำกัด โดยที่ผ่านมาให้บริการผู้ป่วยนอก จำนวน 681 ราย ให้ยาป้องกันโรคฉี่หนู จำนวน 477 ราย ส่งต่อผู้ป่วยไปโรงพยาบาล 30 ราย และลงพื้นที่ดูแลผู้ป่วยที่บ้านก่อนนำส่งไปโรงพยาบาลภายนอก จำนวน 20 ราย

การปฏิบัติงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัดกรมการแพทย์ ได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลราชวิถี 2 (รังสิต) โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และสถาบันโรคทรวงอก ร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมควบคุมโรค กรมสุขภาพจิต และกรมอนามัย พร้อมด้วยเครือข่ายภายนอก ได้แก่ กองบัญชาการกองทัพไทย หน่วยทหารพัฒนา ศูนย์เอราวัณ โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลปิยะเวท บางปะกอก และมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่ร่วมสนับสนุนการดูแลประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

สำหรับการปรับภารกิจสู่ระยะฟื้นฟูเป็นการสานต่อความร่วมมือของทุกหน่วยงาน เพื่อให้การดูแลประชาชนครอบคลุมทั้งการรักษาพยาบาล การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสุขภาพหลังน้ำลด โดยมุ่งให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง