นายวิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ในการเสวนาพิเศษบนเวทีอภิปรายการประชุมสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกประจำปี 2569 ในหัวข้อเรื่องการกำหนดอนาคตของเอเชีย โดยชี้ให้เห็นถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จในการเพิ่มผลผลิต แบ่งเป็น 3 เสาหลักความสำเร็จ ได้แก่ กลยุทธ์การส่งออกที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาด การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ และการบริหารเศรษฐกิจมหภาคที่รอบคอบหลังวิกฤต 1997 โดยการปฏิรูปการกำกับดูแลสถาบันการเงิน ระบบอัตราแลกเปลี่ยนและการขยายตัวของตลาดทุน ทำให้ไทยสามารถต้านทานวิกฤตการณ์โลกได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอกอย่าง ข้อตกลงพลาซ่า (Plaza Accord) ปี 1985 ที่ทำให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้น จนเกิดการย้ายฐานการผลิตจากญี่ปุ่น เกาหลีและไต้หวัน รวมถึงการรวมกลุ่มทางการค้า (AFTA และข้อตกลงการค้าเสรีต่างๆ) ยังทำหน้าที่เป็นตัวเร่งสำคัญที่ช่วยสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรมในประเทศไทย พร้อมย้ำว่าการที่ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านการเติบโตทางเศรษฐกิจไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง โดยอาศัยการย้ายแรงงานจากภาคเกษตรกรรมที่มีผลผลิตต่ำไปยังภาคการผลิต พร้อมทั้งใช้ระบบความสัมพันธ์ในครอบครัวกระจายรายได้กลับสู่ชนบท ควบคู่ไปกับการลงทุนเชิงโครงสร้างด้านสังคม เช่น นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและการศึกษาถ้วนหน้า ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะและประสิทธิภาพของแรงงานทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่เพียงผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง หรือนิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปข้างหน้า ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายที่แตกต่างออกไป ในบริบทของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระยะถัดไป ซึ่งโจทย์ใหม่เหล่านี้จะมีความซับซ้อนและต้องการแนวทางรับมือที่ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น








