กรมควบคุมโรคดำเนินการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชนที่อาจสัมผัสสารเคมีในพื้นที่น้ำท่วม จังหวัดปราจีนบุรี โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์ คัดกรองสุขภาพ และติดตามประชาชนที่มีประวัติสัมผัสน้ำหรือคราบน้ำมัน รวมทั้งวางแนวทางตรวจประเมินสุขภาพเพิ่มเติมตามระดับความเสี่ยง เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคให้ความสำคัญกับการติดตามผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาจสัมผัสน้ำหรือคราบน้ำมันในพื้นที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจำเป็นต้องประเมินประวัติและลักษณะการสัมผัส ระยะเวลาที่สัมผัส ตลอดจนอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น เพื่อประกอบการจำแนกกลุ่มเสี่ยงและกำหนดแนวทางติดตามสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ผลการคัดกรองและรวบรวมข้อมูลประชาชนเบื้องต้น 73 ราย พบว่าร้อยละ 52 มีอาการผิดปกติ โดยอาการที่พบมากที่สุดคือผื่นผิวหนัง และมีผู้ให้ข้อมูลว่ามีประวัติเดินลุยน้ำหรือได้กลิ่นสารเคมี ทั้งนี้ ยังไม่สามารถสรุปได้โดยตรงว่าอาการดังกล่าวเกิดจากสารปิโตรเคมี จำเป็นต้องพิจารณาประวัติการสัมผัสและข้อมูลทางการแพทย์ประกอบกัน โดยจะให้ความสำคัญกับผู้ที่มีอาการร่วมกับมีประวัติสัมผัสเสี่ยงสูง เพื่อประเมินความจำเป็นในการตรวจเพิ่มเติมและติดตามสุขภาพอย่างใกล้ชิด
กรมควบคุมโรคได้ประชุมวางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์และความเสี่ยงร่วมกับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมดำเนินการคัดกรองสุขภาพในตำบลโคกปีบ ตำบลคู้ลำพัน อำเภอศรีมโหสถ และตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี รวมทั้งจัดทำสื่อแจ้งเตือนและเผยแพร่คำแนะนำในการป้องกันตนเองผ่านช่องทางต่าง ๆ
สำหรับแผนระยะต่อไป จะพัฒนาแบบสัมภาษณ์เพื่อรวบรวมข้อมูลประวัติการสัมผัสและอาการของประชาชน จำแนกระดับความเสี่ยงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ปานกลาง และต่ำ เพื่อกำหนดแนวทางติดตามสุขภาพเป็นรายบุคคล
นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคได้ส่งปัสสาวะเพื่อตรวจสารอินทรีย์ระเหยเพิ่มเติมจากการตรวจโลหะหนัก ในกลุ่มที่ได้กลิ่นคราบน้ำมันชัดเจนและมีอาการจากการสัมผัสสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) เพื่อนำผลตรวจมาประกอบการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพร่วมกับประวัติการสัมผัสและอาการของแต่ละบุคคล
ทั้งนี้ ทีมประเมินผลกระทบต่อสุขภาพมีแผนสำรวจประชาชนตามแนวเส้นทางน้ำ โดยแบ่งพื้นที่ตามระยะห่างจากจุดเกิดเหตุเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ระยะ 1–3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายหลักในการประเมิน รองลงมาคือระยะ 3–5 กิโลเมตร และ 5–7 กิโลเมตร ตามลำดับ เพื่อประเมินขอบเขตและระดับผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในแต่ละพื้นที่
นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและตะกอนที่สงสัยว่าปนเปื้อนสารเคมี โดยเฉพาะการเดินลุยน้ำ หากจำเป็นควรสวมรองเท้าบูตและอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม หากมีบาดแผลควรปิดแผลให้มิดชิด หลังสัมผัสน้ำควรรีบล้างร่างกายด้วยน้ำสะอาดและเปลี่ยนเสื้อผ้า รวมทั้งงดบริโภคสัตว์น้ำหรือผลผลิตจากพื้นที่ที่อาจปนเปื้อนจนกว่าจะมีข้อมูลยืนยันความปลอดภัย
หากมีผื่นคัน ระคายเคืองผิวหนัง แสบตา ไอ เวียนศีรษะ หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ ควรออกจากบริเวณเสี่ยงและเข้ารับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสให้ทราบ
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลด้านโรคและภัยสุขภาพได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422








