นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า มีความห่วงใยเกษตรกรและประชาชน และทราบถึงความกังวลของสังคมถึงกรณีที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง (ซีพีแรม จำกัด) ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราใหม่ 4 พันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร เนื่องจากกะเพราเป็นพืชสมุนไพรที่ใช้ประกอบอาหารในครัวเรือน อีกทั้งเป็นพืชที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของเกษตรกรไทยมาอย่างยาวนาน จึงได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบขั้นตอนการวิจัยและการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพราดังกล่าว ว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ พร้อมย้ำว่า การจดทะเบียนจะต้องไม่กระทบต่อสิทธิประโยชน์ของเกษตรกรที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
สำหรับกะเพรา 4 พันธุ์ดังกล่าว บริษัทเอกชนดังกล่าว ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราพันธุ์แก้วจุรี01-04 จากกรมวิชาเกษตร ในช่วงปี 2567 โดยมีระยะเวลาคุ้มครอง 12 ปี ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นการคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการจดทะเบียน ไม่ได้ครอบคลุมกะเพราพื้นเมืองหรือกะเพราพันธุ์ทั่วไปในท้องตลาด โดยกรมวิชาการเกษตรยืนยันว่าประชาชนและเกษตรกรยังสามารถปลูกกะเพราพันธุ์ทั่วไปเพื่อบริโภค เก็บใบจำหน่าย ขายต้นเป็นผลผลิต หรือนำไปประกอบอาหารจำหน่ายได้ตามปกติ โดยไม่เป็นการละเมิดสิทธิคุ้มครองพันธุ์พืช ส่วนการนำพันธุ์ใหม่ที่ได้รับความคุ้มครองไปผลิตเมล็ดพันธุ์ เพาะต้นกล้า หรือปักชำกิ่งเพื่อจำหน่าย จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิก่อน ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตรจะเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงและตอบข้อสงสัยของสังคมเกี่ยวกับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพราในช่วงต้นสัปดาห์หน้า (27 ต.ค.69) โดยเฉพาะขอบเขตสิทธิคุ้มครองพันธุ์พืช การปลูกและใช้ประโยชน์จากกะเพรา เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง พร้อมให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิและประโยชน์ของเกษตรกรตามกฎหมายต่อไป
ตรวจสอบขั้นตอน
การจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา








