นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่พบคราบน้ำมันและสารปนเปื้อนในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีว่า ประชาชนในพื้นที่ยังมีความกังวลว่าคราบน้ำมันจะกระจายตัวจนกระทบการดำรงชีวิตและสุขภาพ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างตะกอนดินและน้ำเพิ่มเติมอีกครั้ง บริเวณอำเภอศรีมโหสถ โดยเฉพาะแปลงเกษตรและแปลงนา รวมถึงตรวจสอบระบบน้ำประปาหมู่บ้าน (ก่อนและหลังกรอง) ,ก๊อกน้ำของเกษตรกรและประชาชน ทั้งจุดที่ไม่พบสิ่งผิดปกติและจุดที่พบสารปนเปื้อนเพื่อหาความเชื่อมโยง ซ
การตรวจสอบเบื้องต้น ยืนยันน้ำดังกล่าวยังไม่เป็นอันตรายต่อการอุปโภค เนื่องจากเป็นน้ำใช้ ส่วนผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่ทำความเข้าใจได้ ขณะที่ค่าอะลูมิเนียมในแม่น้ำปราจีน พบสูงตรงจุดเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดสระแก้วกับปราจีนบุรี บริเวณอำเภอกบินทร์บุรี โดยจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติมอีกครั้งเช่นกัน ทั้งนี้ ประเทศไทย ยังไม่มีมาตรฐานสารอะลูมิเนียมในน้ำประปาอย่างเป็นทางการ จึงต้องเทียบเคียงกับมาตรฐานของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา (USEPA) สำหรับน้ำอุปโภค-บริโภคอยู่ที่ 0.75 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะที่น้ำดื่มบรรจุขวดอยู่ที่ 0.2 มิลลิกรัมต่อลิตร แต่เป็นน้ำกินน้ำใช้จึงเทียบที่ 0.75 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งผลตรวจอะลูมิเนียมตรงจุดปลาตาย F3 กระชังปลา หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านทาม อำเภอศรีมหาโพธิ พบค่าอลูมิเนียมอยู่ที่ 0.559 มิลลิกรัมต่อลิตร (ยังไม่เกินเกณฑ์ 0.75 มิลลิกรัมต่อลิตร) ส่วนจุดที่ค่าอะลูมิเนียมสูงจะอยู่ที่ จุด F1 บริเวณสะพานปากน้ำบ้านหนองหอย ตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี พบค่าอยู่ที่ 3.547 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็นจุดที่ คพ. เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งกำเนิด ความเป็นกรด-ด่าง (pH) ในน้ำมีความเป็นกรดสูงแสดงว่ามีโลหะหนักหลงเหลืออยู่มาก หากตรวจพบแหล่งกำเนิดมลพิษที่ชัดเจนจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องของปลาตายต้องดูแหล่งกำเนิดเพิ่มเติม เพราะค่าตรวจสอบที่ออกมายังไม่บ่งชี้ว่ามาจากไหน สำหรับแหล่งอะลูมิเนียมมาจาก 2 ปัจจัยคือ สถานการณ์น้ำท่วมที่ชะล้างและกัดเซาะหน้าดินโดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรมจะทำให้ค่ากรดสูงขึ้น แต่ปัจจัยหลักคาดว่ามาจากโรงงานอุตสาหกรรมประเภทรีไซเคิลที่ต้องใช้สารละลาย ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการสืบหาต้นกำเนิดมลพิษให้รอบด้านที่สุด
อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ย้ำว่า แนวทางการฟื้นฟูและการจัดการระยะยาว ประกอบด้วย การฟื้นฟูแหล่งน้ำและดิน ต้องดำเนินการควบคู่กันระหว่างการสืบหาแหล่งกำเนิดที่แท้จริงและการฟื้นฟู การจัดการตะกอนดิน เนื่องจากสารโลหะหนักและน้ำมันมักจะตกตะกอนลงสู่ดินหรือก้นแม่น้ำ วิธีการจัดการต้องใช้บูม (Boom) ดักน้ำมัน (เก็บในแนวตั้งเพราะน้ำมันลอยตัว) และต้องมีการขุดลอกตะกอนดินที่ปนเปื้อนออกไปกำจัด การบูรณาการร่วมกัน ทุกภาคส่วนทั้งกรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกันเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
ส่วนกรมควบคุมโรค ตรวจคัดกรองสุขภาพประชาชนในพื้นที่ จากสถานการณ์น้ำท่วมและกรณีน้ำซึมจากบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ในรัศมี 2-7 กิโลเมตร รอบบริเวณแหล่งต้องสงสัยว่ามีสารปนเปื้อน พบประชาชนมีอาการ 116 ราย ส่วนใหญ่มีอาการทางผิวหนัง เช่น ผื่นคัน ผื่นแดง ตุ่มน้ำใส ซึ่งอาจเกิดจากการสัมผัสน้ำต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งการตรวจสอบครอบคลุม 3 จุดหลัก ได้แก่ จุดที่ 1 (F3) บริเวณต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นทางที่มีรายงานการพบคราบน้ำมันสีรุ้งและมีเกษตรกรเลี้ยงปลาในกระชัง จุดที่ 2 (F2) บริเวณสะพานต้นน้ำปราจีน (ประตูระบายน้ำเพชรเอิม) อ.กบินทร์บุรี ซึ่งประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน และจุดที่ 3 (F1) บริเวณสะพานปากน้ำบ้านหนองหอย อ.กบินทร์บุรี คาดว่า จะเป็นจุดต้นกำเนิดของมลพิษ เนื่องจากพบค่าอะลูมิเนียมสูงสุดในจุดดังกล่าว








