นายยุทธนา บัวจุน รองอธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า ปี 2570 กรมการจัดหางานตั้งเป้าจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศกว่า 100,000 คน โดยมุ่งรักษาตลาดเดิม ได้แก่ ไต้หวัน อิสราเอล และญี่ปุ่น ควบคู่กับการขยายตลาดใหม่ในยุโรป เช่น อิตาลี โปรตุเกส ฮังการี โปแลนด์ และเยอรมนี รวมถึงประเทศในกลุ่มนอร์ดิกอย่างสวีเดนและฟินแลนด์ เพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงานและสร้างรายได้ให้แรงงานไทย
สำหรับตลาดงานอิสราเอลยังมีความต้องการแรงงานไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะภาคก่อสร้างและช่างฝีมือ รวมถึงภาคเกษตร ขณะที่เกาหลีใต้มีโอกาสในงานเกษตรตามฤดูกาล ระยะเวลาทำงานประมาณ 6 เดือน ส่วนญี่ปุ่นยังคงรักษาตลาดงานเดิม พร้อมเจรจาขอเพิ่มตำแหน่งงานให้แรงงานไทย
ขณะที่ตลาดยุโรป โปรตุเกสมีความต้องการแรงงานนวด ส่วนออสเตรเลียมีโอกาสในงานภาคเกษตร ขณะที่สวีเดนและฟินแลนด์ยังคงต้องการแรงงานเก็บผลไม้ป่าตามฤดูกาล อย่างไรก็ตาม การขยายตลาดงานในยุโรปยังต้องเจรจาเรื่องข้อกำหนดและกฎหมายแต่ละประเทศ รวมถึงเงื่อนไขการจ้างแรงงานต่างชาติ
การแข่งขันในตลาดแรงงานต่างประเทศมีความเข้มข้น เนื่องจากหลายประเทศต่างเร่งจัดส่งแรงงานเช่นกัน ทั้งฟิลิปปินส์และศรีลังกา ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของไทยในบางตลาดงาน กรมการจัดหางานจึงต้องเร่งเจรจากับประเทศปลายทางเพื่อรักษาตำแหน่งงานเดิมและขยายโอกาสการจ้างงานเพิ่มเติม
หนึ่งในข้อจำกัดของแรงงานไทยคือทักษะภาษา จึงเตรียมสนับสนุนงบประมาณส่งเสริมการฝึกอบรมภาษาพื้นฐานก่อนเดินทางไปทำงาน
กรมการจัดหางานเตรียมส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและการทำงานในต่างประเทศ โดยพัฒนารูปแบบให้ผู้เรียนศึกษาในประเทศไทย 2 ปี ก่อนเดินทางไปทำงานหรือเก็บหน่วยกิตในต่างประเทศอีก 2 ปี ในลักษณะโครงการ 3 ม. ในต่างประเทศ “มีงาน มีเงิน มีวุฒิการศึกษา” พร้อมส่งเสริมให้แรงงานใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ Smart TOEA เพื่อช่วยติดตามตำแหน่งงานและเพิ่มช่องทางดูแลความปลอดภัยระหว่างทำงาน








