“ครม.สัญจร อุดรธานี” เร่งแก้ปัญหาเกษตรกร สาธารณสุข ปราบยาเสพติด พัฒนาการค้าชายแดน ส่งเสริมการท่องเที่ยว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและหนองคาย ระหว่างวันที่ 2–3 พฤศจิกายน 2569 เพื่อตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก เฉียงเหนือตอนบน 1 ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ พร้อมเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2569 ณ จังหวัดอุดรธานี โดยมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่และแก้ไขปัญหาสำคัญ ทั้งด้านเกษตรกรรม ยาเสพติด สาธารณสุข การบริหารจัดการน้ำ และค่าครองชีพ สำหรับกรอบการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ได้กำหนดประเด็นสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่

1. การยกระดับการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดสบายดีสู่มาตรฐานสากล

2. การเพิ่มขีดความสามารถด้านการค้า การลงทุน และการค้าชายแดน

3. การพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่เกษตรอินทรีย์

4. การรักษาสมดุลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

5. การพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย

ทั้งนี้มีเป้าหมายเชื่อมโยงเศรษฐกิจจากระดับชุมชนสู่ระดับภูมิภาค และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา ขณะเดียวกัน จังหวัดและภาคเอกชนได้เตรียมข้อเสนอโครงการพัฒนาพื้นที่ ทั้งด้านการเกษตรและอาหาร การค้าชายแดน การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ เพื่อเชื่อมโยงแหล่งผลิตกับตลาด เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า และสนับสนุนการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมุ่งใช้จุดแข็งของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนให้เป็นประตูเชื่อมโยงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี ในครั้งนี้ จึงมุ่งเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจกับคุณภาพชีวิตประชาชน ตั้งแต่การสร้างความมั่นคงด้านที่ดินทำกินและอาชีพ เกษตรกรรม การเพิ่มศักยภาพระบบสาธารณสุขและการพัฒนาบุคลากร การแก้ไขปัญหายาเสพติดซึ่งส่งผลต่อความเข้มแข็งของชุมชน ไปจนถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการสร้างโอกาสทางธุรกิจ เพื่อให้การพัฒนาเกิดประโยชน์ทั้งต่อประชาชน ผู้ประกอบการ และเศรษฐกิจของพื้นที่ในระยะยาว

ส่วนการเลือกประชุมฯ ที่จังหวัดอุดรธานี นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลจะนำวาระแห่งชาติด้านการเกษตรไปหารือและวางนโยบายในการประชุมดังกล่าว เนื่องจากจังหวัดอุดรธานีเป็นศูนย์กลางสำคัญของภาคตะวันออก เฉียงเหนือ มีศักยภาพด้านการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับ สปป.ลาว และประเทศในภูมิภาค ผ่านโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้กับพื้นที่ อีกทั้งรัฐบาลต้องการยกระดับภาคเกษตรให้เป็นอีกเครื่องยนต์หนึ่งของเศรษฐกิจประเทศ ควบคู่กับการขับเคลื่อนด้านพลังงาน การลงทุน และเทคโนโลยี นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งจังหวัดอุดรธานีได้จัด “มหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่

ขณะที่นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เพื่อรวบรวมข้อเสนอโครงการเข้าสู่การพิจารณาของรัฐบาลในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ที่จังหวัดอุดรธานี ที่ประชุมมีข้อเสนอแผนงานและโครงการ 4 ด้าน รวมทั้งสิ้น 170 โครงการ วงเงินงบประมาณรวม 78,461,582,825 บาท ประกอบด้วย ด้านการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร 38 โครงการ ด้านการพัฒนาการค้าชายแดน 35 โครงการ ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว 66 โครงการ และด้านการปราบปรามยาเสพติด 31 โครงการ ทั้งนี้กลุ่มจังหวัดฯ คาดหวังให้รัฐบาลสนับสนุนทั้งโครงการเร่งด่วน (Quick Win) และโครงการพัฒนาระยะยาว เพื่อยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาในพื้นที่ และตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างครอบคลุมทุกมิติ สำหรับโครงการสำคัญ
ที่เตรียมนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมฯ อาทิ

จังหวัดเลย เตรียมผลักดันโครงการพัฒนาท่าอากาศยานเลย โดยเสนอให้ปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร โครงการกระเช้าขึ้นภูกระดึง ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แนวคิดพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง หรือ “Romantic Route” เชื่อมโยงจังหวัดเลย หนองคาย และบึงกาฬ ตลอดจนพื้นที่ในภาคอีสานตอนล่าง เพื่อกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ชุมชน

จังหวัดอุดรธานี ผลักดันการติดตั้งระบบตรวจสอบตู้สินค้าด้วยเครื่องเอกซเรย์แบบติดตั้งประจำที่ (Fixed X-Ray System) ณ นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และการตรวจสอบสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและการค้าชายแดน การก่อสร้างสนามกีฬาจังหวัดอุดรธานี ระยะที่ 2 เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา รองรับการแข่งขันกีฬาแห่งชาติและกีฬาคนพิการแห่งชาติในปี 2570 ซึ่งจังหวัดอุดรธานีได้รับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

จังหวัดหนองคาย เสนอการจัดทำระบบส่งน้ำเพื่อการเกษตร โดยสนับสนุนระบบท่อสำหรับการให้น้ำแบบหยดแก่เกษตรกรผู้ปลูกผักและผลไม้ เพื่อช่วยลดต้นทุนและส่งเสริมการผลิตได้ตลอดทั้งปี การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดน โดยเสนอให้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม 1 อำเภอ 1 ศูนย์ เพื่อสร้างอาชีพให้กลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยง พร้อมติดตั้งกล้อง CCTV และพัฒนาศูนย์ฝึกอบรมระดับอำเภอและชุมชน และการยกระดับสินค้าเกษตรพรีเมียมภายใต้แบรนด์ Made in Nong Khai  

จังหวัดบึงกาฬ เสนอโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยจับคู่เจรจาธุรกิจ 4 ประเทศ (ไทย-ลาว-เวียดนาม-จีน) ภายใต้แนวคิด “สี่เหลี่ยมทองคำ” และการจัดโซนพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษบริเวณใกล้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและขยายเครือข่ายธุรกิจระหว่างประเทศ การผลักดันโครงการถนนตัดใหม่ 4 ช่องจราจร เชื่อมบึงกาฬ-กุมภวาปี จ.อุดรธานี ระยะทาง 155 กม. และข้อเสนอผลักดันโครงการสนามบินบึงกาฬ

จังหวัดหนองบัวลำภู เสนอโครงการจัดตั้งสหกรณ์ปศุสัตว์/สหกรณ์โคครบวงจร เพื่อยกระดับปศุสัตว์และเกษตรมูลค่าสูงของจังหวัด โครงการพัฒนาประตูระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำในเขตเทศบาลหนองบัวลำภู โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกเฒ่าโต้ และโครงการก่อสร้างทางเดินชมทัศนียภาพลอยฟ้า “ภูพานน้อยแกรนด์ฮอลล์”

สำหรับภารกิจในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังจังหวัดหนองคาย เปิดศูนย์โรคหัวใจ เมตตา สุคโต โรงพยาบาลหนองคาย เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทางแก่ประชาชน พร้อมเป็นประธานพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน (คทช.) ตามนโยบายรัฐบาล ในลักษณะแปลงรวม พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติพานพร้าว–แก้งไก่ ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงที่ดินทำกิน เพิ่มความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และวางรากฐานให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิต

จากนั้น เดินทางไปยังอำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี วางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ สถาบันพระบรมราชชนก รวมถึงโครงการจัดตั้งสถาบันพระบรมราชชนก วิทยาเขตอุดรธานี นับเป็นการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพ การให้บริการแก่ประชาชน และเสริมสร้างความพร้อมด้านกำลังคนของระบบสาธารณสุขในภูมิภาค

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือ การตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรอย่างยั่งยืน หรือ “อุดรโมเดล พลัส” ณ ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัดอุดรธานี ค่ายเสนีย์รณยุทธ เป็นการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่าย “5 เสือ PLUS” ได้แก่ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข ท้องที่ และท้องถิ่น มุ่งเน้นการป้องกัน บำบัดฟื้นฟู และคืนผู้ผ่านการบำบัดสู่สังคม จุดเด่นของ “อุดรโมเดล พลัส” คือการนำระบบข้อมูลมาสนับสนุนการบริหารจัดการ มี “ระบบธานีพิทักษ์” ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลของตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ใช้จัดเก็บข้อมูลผู้ค้า ผู้เสพ ผู้ป่วย และบุคคลพ้นโทษ เพื่อสนับสนุนการติดตาม เฝ้าระวัง และประสานการทำงานระหว่างหน่วยงาน พร้อมต่อยอดด้วยการฟื้นฟูด้วย H.O.P.E. Framework ประกอบด้วย H – Hope: การสนับสนุนด้านจิตใจ เสริมสร้างความมั่นใจและความสามารถในการดูแลตนเอง O – Opportunity: การสร้างเครือข่ายทางสังคม ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับครอบครัวและชุมชน P – Profession: การพัฒนาทักษะอาชีพ สร้างโอกาสในการมีงานทำและรายได้ E – Evaluation: การติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเดินทางไปเปิดงาน “มหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับจังหวัดอุดรธานีสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ นำเสนอศักยภาพด้านพืชสวน ความหลากหลายทางชีวภาพ และอัตลักษณ์ท้องถิ่น พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับธุรกิจโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง ผู้ประกอบการสินค้าและบริการ ตลอดจนเกษตรกรและชุมชนโดยรอบ รวมถึงการต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวในระยะยาว

ส่วนวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2569 เพื่อพิจารณาข้อเสนอและแนวทางการพัฒนาพื้นที่ ตลอดจนผลักดันนโยบายและโครงการสำคัญให้สอดคล้องกับศักยภาพของกลุ่มจังหวัด การประชุมฯ ครั้งนี้ จึงเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายรัฐบาลสู่การพัฒนาเศรษฐกิจระดับพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้จากภาคเกษตร การขยายโอกาสทางการค้าชายแดน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกำลังคน ตลอดจนการใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน มุ่งยกระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีศักยภาพ เชื่อมโยงการค้าและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมสร้างความเติบโตที่ทั่วถึงและยั่งยืนให้กับประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง