นางพรสวรรค์ เถกิงนาม รักษาการนักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ สำนักงานประกันสังคม เปิดเผยถึงสิทธิประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตรว่า ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่มีบุตรอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 1,000 บาทต่อคน เบิกได้ตั้งแต่บุตรแรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปีบริบูรณ์ จำนวนคราวละไม่เกิน 3 คน โดยผู้ที่จะได้รับสิทธิต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน และบุตรต้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย มีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ ไม่รวมบุตรบุญธรรมและบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น
ทั้งนี้ กรณีมีบุตรแฝดสามารถใช้สิทธิตามจำนวนบุตรได้ แต่ไม่เกิน 3 คน ส่วนกรณีสามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ สามารถใช้สิทธิรับเงินสงเคราะห์บุตรได้เพียงคนเดียว หากหย่าร้าง ผู้ที่เป็นผู้ดูแลบุตรจะเป็นผู้ใช้สิทธิ ส่วนกรณีผู้ประกันตนทุพพลภาพยังคงได้รับเงินสงเคราะห์บุตรต่อไปจนบุตรอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ แต่หากผู้ประกันตนเสียชีวิต จะจ่ายเงินให้แก่สามีหรือภรรยา หรือบุคคลที่ดูแลบุตรตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด
กรณีผู้ประกันตนชายที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาของบุตร จะไม่สามารถใช้สิทธิได้ทันที ต้องจดทะเบียนสมรส หรือจดทะเบียนรับรองบุตร หรือมีคำสั่งศาลให้เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงจะสามารถยื่นขอรับสิทธิได้
สำหรับการรับเงินสงเคราะห์บุตร สำนักงานประกันสังคมจ่ายเป็นรายเดือนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน โดยเอกสารประกอบการยื่นขอรับสิทธิ ได้แก่
– แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส. 2-01)
– สูติบัตรบุตรฉบับจริงหรือสำเนา
– บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นขอรับสิทธิ
– หน้าสมุดบัญชีธนาคารประเภทออมทรัพย์
– กรณีผู้ประกันตนชาย ให้แนบสำเนาทะเบียนสมรส หรือเอกสารรับรองบุตร หรือคำสั่งศาล
– กรณีชาวต่างชาติ ให้แนบหนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตทำงาน
ผู้ประกันตนสามารถยื่นขอรับสิทธิได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขาทั่วประเทศ รวมถึงยื่นผ่านระบบ e-Service บนเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม และสามารถยื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ได้อีกทางด้วย








