สาธารณสุข ส่งทีม MCATT เยียวยาจิตใจ 15 ทีม ครอบคลุมทุกศูนย์พักพิง เปิดสายด่วน 1667 ให้ข้อมูลบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ตลอด 24 ชั่วโมง

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานได้ติดตามการให้ความช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีผู้ประกันตนที่เสียชีวิตจากอุทกภัย โดยได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมเร่งประสานครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมอำนวยความสะดวกทุกขั้นตอนการยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ ทั้งค่าทำศพ เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต และเงินบำเหน็จชราภาพ เพื่อให้ครอบครัวได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่สุด กรณีเสียชีวิต ทายาทของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือมาตรา 39 จะได้รับเงินค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท เงินบำเหน็จชราภาพพร้อมผลตอบแทน และเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต สำหรับผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 36 เดือนขึ้นไป ส่วนของผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ทางเลือกที่ 1 จ่าย เดือนละ 70 บาท ทางเลือกที่ 2 จ่าย เดือนละ 100 บาท เสียชีวิต ได้รับค่าทำศพ 25,000 บาท และส่งเงินสมทบมาแล้ว 60 เดือน ก่อนเสียชีวิต รับเพิ่ม 8,000 บาท ทางเลือกที่ 3 จ่าย เดือนละ 300 บาท เสียชีวิต ได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท ซึ่งผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ทางเลือก 2 และ 3 จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพพร้อมผลตอบแทน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับน้ำรอบโรงพยาบาลหาดใหญ่ลดลงจนเริ่มฟื้นฟูระบบต่างๆ ได้ โดยระบบสื่อสาร กสทช. และเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เข้าติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณ สามารถใช้งานได้ดี ระบบไฟฟ้า ได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคติดตั้งเครื่องปั่นไฟขนาด 500 กิโลวัตต์ ระบบแก๊สทางการแพทย์ มีการเติมออกซิเจนเหลวปริมาณ 3 ตัน เพื่อใช้งานกับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องให้ออกซิเจนได้ ระบบห้องยา คงเหลือใช้ได้เฉพาะห้องยาผู้ป่วยใน อยู่ระหว่างวางแผนเปิดห้องยาผู้ป่วยนอกโดยใช้ห้องประชุมแทน ส่วนระบบห้องปฏิบัติการ (LAB) ใช้ได้เฉพาะแถบชุดตรวจ ได้ประสานห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลนาหม่อมและโรงพยาบาลสงขลา ช่วยตรวจในรายการที่จำเป็น โดยตั้งแต่เริ่มเกิดสถานการณ์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ได้รับการสนับสนุนบุคลากรจากโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช รวมถึงมีบุคลากรจากกรมการแพทย์มาปฏิบัติงานเพิ่มเติม ทำให้ยังสามารถให้บริการผู้ป่วยในที่คงเหลือ 297 คน ได้ โดยใช้อาคาร 600 เตียง เปิดให้บริการรวม 13 วอร์ด และจะมีการดึงข้อมูลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่ขาดนัดช่วงน้ำท่วม เพื่อติดตามอาการและจัดส่งยาให้ด้วย นอกจากนี้ ยังได้เปิดสายด่วน 1667 ให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมหาดใหญ่ติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ระบบบริหารจัดการศพผู้เสียชีวิตในช่วงอุทกภัย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เป็นศูนย์กลางในการรับและชันสูตรศพ ซึ่งคาดว่าหลังน้ำเริ่มลดจะสามารถเก็บกู้ร่างของผู้เสียชีวิตได้มากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขจึงประสานทีมแพทย์นิติเวชพร้อมเจ้าหน้าที่ในสังกัดลงพื้นที่ช่วยสนับสนุนการชันสูตรศพครั้งนี้ด้วย เพื่อให้สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์และส่งศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาได้เร็วที่สุด โดยมีทีมนิติเวชอาสารวม 40 ราย แบ่งเป็น แพทย์นิติเวช 20 ราย และเจ้าหน้าที่ด้านนิติเวช 20 ราย ทยอยเดินทาง นอกจากนี้ ยังให้กองบริหารการสาธารณสุขประสานทันตแพทยสภาเพื่อขอทันตแพทย์ที่สามารถทำงานด้านนิติเวชในการพิสูจน์อัตลักษณ์จากฟันร่วมภารกิจ กรณีที่ไม่สามารถเก็บอัตลักษณ์จากกระดูกหน้าอกหรือ
หน้าขาได้

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาเร่งติดตามโรคภัยที่อาจเกิดขึ้นหลังน้ำท่วม โดยกรมควบคุมโรค ส่งเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค ณ ศูนย์พักพิงโรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ ศูนย์พักพิงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสนามอาคารอเนกประสงค์ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมสนับสนุนชุดยาเวชภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงให้แก่ผู้ประสบภัย พร้อมเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (Emergency Operations Center: EOC) เพื่อเฝ้าระวัง วิเคราะห์ข้อมูล และติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด รวมถึงสนับสนุนการประสานงานกับจังหวัด หน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การตอบโต้ภาวะฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและ
ทันต่อสถานการณ์

นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ส่งทีม MCATT (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team) ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ประสานพลังดำเนินการต่อเนื่องตลอดทั้งวัน เพื่อดูแลจิตใจผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเพิ่มจาก 11 ทีม เป็น 15 ทีม ครอบคลุมในทุกศูนย์พักพิง พร้อมจัดทีมสหวิชาชีพเตรียมเปิด “คลินิกสุขภาพใจ โดยกรมสุขภาพจิต” เพื่อดูแลผู้ที่ไม่ได้อยู่ในศูนย์พักพิง ณ เทศบาลนครหาดใหญ่ นอกจากนี้ กรมสุขภาพจิตได้เปิดให้บริการสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้คำปรึกษาและสนับสนุนด้านสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับหน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์สุขภาพจิตของประชาชนอย่างใกล้ชิด

พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะผู้อำนวยการสถานการณ์บูรณาการการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแบบเบ็ดเสร็จ ระบุว่า ได้สนับสนุนโรงพยาบาลหาดใหญ่ในการจัดหารถเครนเพื่อเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิตไปยังมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อให้กระบวนการทางนิติเวชดำเนินไปอย่างถูกต้องและสมบูรณ์ เน้นย้ำให้หน่วยงานทุกภาคส่วนเร่งเข้าถึงประชาชนกลุ่มเปราะบาง จัดส่งอาหารพร้อมทานให้ทั่วถึง และดูแลการแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้เป็นระบบ โดยสิ่งของบริจาคที่มีจำนวนมากในคลังกองบิน 56 จะถูกกระจายสู่ทั้ง 4 เขตของอำเภอหาดใหญ่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วที่สุด

ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า (ศป.กฉ.ส่วนหน้า) เดินหน้าปฏิบัติการฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่หลังสถานการณ์น้ำลด ด้วยการจัดกิจกรรม “Big Cleaning Day พลิกฟื้นเมืองหาดใหญ่” เพื่อเร่งคืนสภาพแวดล้อมให้สะอาด ปลอดภัย และพร้อมต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนโดยเร็วที่สุด โดยมีกำลังพลจากหน่วยทหาร หน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาจำนวนหลายพันคนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงาน กสทช. ได้ประสานสนับสนุนการขยายสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ให้ครอบคลุมพื้นที่ประสบอุทกภัย เขตพื้นที่ 1-4 เพิ่มเติม ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ แก้ไขเสาสัญญาณที่ไม่สามารถให้บริการเนื่องจากขาดระบบไฟฟ้า โดยได้ตรวจสอบเส้นทางที่จะสามารถเปิดระบบไฟฟ้า เพื่อจ่ายไฟให้กับเสาสัญญาณที่ขัดข้อง เพื่อให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ขณะนี้มีสัญญานครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ที่เปิดให้บริการได้แล้ว 60% ของพื้นที่ นอกจากนี้เป้าหมายสำคัญคือจะทำให้ระบบสัญญาณบริเวณโรงพยาบาลหาดใหญ่ และบริเวณเขต 8 และพื้นที่ในหาดใหญ่ใช้งานได้ 100% พร้อมทั้งขอดาวเทียมไทยคมมาติดตั้งช่วยโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล ประชาชน สามารถใช้งานได้สะดวกโดยเร็วที่สุด

ด้านนายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดตรังตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมและติดตามการช่วยเหลือ การแก้ไขปัญหา การเยียวยา การฟื้นฟูเมืองหลังน้ำลด และกำหนดแนวทางป้องกันน้ำท่วมซ้ำในระยะยาว การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง ภาครัฐได้เร่งดำเนินมาตรการฉุกเฉิน ทั้งการอพยพประชาชน การจัดตั้งศูนย์พักพิง และการระบายน้ำ จนสถานการณ์เริ่มคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง ส่วนแผนระยะยาว จำเป็นต้องดำเนินการสร้างแก้มลิงและคลองระบายน้ำ ควบคู่กับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและการฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำ โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยและลดความเสียหายได้อย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง