นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลหยุดยาวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อพบปะสังสรรค์อยู่กับครอบครัว รัฐบาลห่วงใยสุขภาพประชาชนขอให้ประชาชนระมัดระวังเรื่องการกินอาหารในช่วงปีใหม่ โดยเฉพาะการทำอาหารกินเองในครอบครัว หากนำเนื้อหมูที่ชำแหละกันเองในหมู่บ้าน หรือซื้อหมูสดแล้วนำมากินดิบหรือสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ หลู้ หมูดิบ ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านที่มีการใส่เลือดหมูดิบผสม หรือการกินอาหารประเภทปิ้งย่างที่ยังไม่สุกดี ซึ่งเสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับ (โรคติดเชื้อสเตร็ปโตคอคคัสซูอิส) อาจทำให้หูหนวกถาวรหรือเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ โรคไข้หูดับ เกิดจากการกินเนื้อหมู เครื่องใน เลือดและผลิตภัณฑ์จากหมูแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ ที่มีเชื้อแบคทีเรียสเตร็ปโตคอคคัส ซูอิส (Streptococcus suis) ปนเปื้อนอยู่และยังสามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสกับหมู ผ่านทางบาดแผล รอยขีดข่วนตามร่างกาย หรือเยื่อบุตา หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 1-14 วัน ผู้ติดเชื้อจะมีไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน ท้องเสีย คอแข็ง สูญเสียการได้ยิน ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา พบจังหวัดนครราชสีมา ติดอันดับ 1 ผู้ป่วยโรคไข้หูดับ โดยทั้งปีมีผู้ป่วยสะสมแล้ว 93 ราย เสียชีวิต 13 ราย ดังนั้น รัฐบาลเน้นย้ำประชาชนในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 สามารถป้องกันได้โดย การไม่รับประทานเนื้อหมู เลือด เครื่องในดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ , แยกการใช้อุปกรณ์ เช่น เขียง มีด สำหรับหั่นเนื้อหมูดิบและผัก , เลือกซื้อเนื้อหมูจากร้านที่ได้มาตรฐาน , หากรับประทานหมูกระทะ ให้แยกใช้ตะเกียบสำหรับคีบเนื้อหมูดิบ และตะเกียบสำหรับคีบอาหารสุก และผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับหมู หลังเสร็จกิจกรรม ควรรีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันที








