กฎหมายใหม่ต้องรู้ ปี 2569 ปรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ลดราคากลุ่มพลังงานสะอาด – เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรก – แก้ไขกฎหมายอาญา “คุกคามทางเพศ”

กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ปรับอัตราภาษีรถยนต์ใหม่ คือ รถยนต์ที่ซื้อในปี 2569 ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 โดยมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกฎกระทรวง กำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 46) พ.ศ. 2568 เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ซึ่งอัตราภาษีใหม่นี้เป็นการเปลี่ยนเกณฑ์
จากการดูเพียงขนาดเครื่องยนต์ (cc) มาเน้นที่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมากขึ้น

ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ปี 2569

– กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า BEV (ใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว) การปรับอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ลดลงจาก 8% เหลือ 2% เท่านั้น ส่วนรถกระบะพลังงานไฟฟ้าจาก 0% เพิ่มเป็น 2% แทน

– กลุ่มรถ PHEV (รถยนต์ที่ใช้ได้ทั้งพลังงานไฟฟ้า และน้ำมันเบนซิลหรือดีเซล)

  – สำหรับรุ่นที่วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนไม่ต่ำกว่า 80 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง คิดภาษี 5%

  – สำหรับรุ่นที่วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนต่ำกว่า 80 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง คิดภาษี 10%

  – ใช้เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร คิด 30%

กลุ่มรถยนต์สันดาป (ICE) (รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินหรือดีเซล)

  – เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร ที่ปล่อย CO2 ไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร คิด 13%

  – เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร ที่ปล่อย CO2 เกิน 100 แต่ไม่เกิน 120 กรัมต่อกิโลเมตร คิด 22%

  – เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร ที่ปล่อย CO2 เกิน 120 แต่ไม่เกิน 150 กรัมต่อกิโลเมตร คิด 25%

  – เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร ที่ปล่อย CO2 เกิน 150 แต่ไม่เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร คิด 29%

  – เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร ที่ปล่อย CO2 เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร คิด 34%

  – เครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร (รถยนต์หรู/ซูเปอร์คาร์) คิด 50%

การปรับอัตราภาษีใหม่ดังกล่าวเพื่อรองรับมาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ภาครัฐมีเป้าหมายในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนสำคัญของภูมิภาค

นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป รัฐบาลยังเริ่มบังคับใช้มาตรการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรก โดยยกเลิกการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐ และยกระดับมาตรฐานสินค้านำเข้าให้เป็นไปตามกฎหมายไทย ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะทำให้สินค้านำเข้าออนไลน์ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรขาเข้า ตั้งแต่มูลค่า 1 บาทแรก จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs กับสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศที่ไม่เคยอยู่ในระบบภาษี

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า มาตรการดังกล่าวอาจทำให้ราคาสินค้าบางประเภทมีการปรับตัว เช่น เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่อาจเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20–30 และสินค้าทั่วไปขึ้นอยู่กับอัตราภาษีของแต่ละประเภท อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้กำหนดแนวทางให้การซื้อขายยังคงสะดวกสบาย โดยปัจจุบันกว่าร้อยละ 97 ของสินค้านำเข้า ภาษีจะถูกคำนวณและรวมอยู่ในราคาสินค้าบนแพลตฟอร์มแล้ว ผู้บริโภคสามารถชำระเงินครั้งเดียวและรับสินค้าที่บ้านได้ตามปกติ ไม่ต้องไปดำเนินการชำระภาษีที่ด่านศุลกากรด้วยตนเอง

ในส่วนของการคุ้มครองผู้บริโภค กรมศุลกากรได้ประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์หลัก ได้แก่ Lazada Shopee TikTok SHEIN และ TEMU เพื่อคัดกรองสินค้าอย่างเข้มงวด โดยสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงสินค้าที่ผิดกฎหมาย เช่น บุหรี่ไฟฟ้า จะถูกถอดออกจากระบบและไม่อนุญาตให้นำเข้า มาตรการนี้ไม่ใช่การเพิ่มภาระให้ประชาชน แต่เป็นการปรับระบบให้เป็นธรรม โปร่งใส และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์จะยังคงสะดวก ปลอดภัย และได้รับการคุ้มครองมากยิ่งขึ้น

สำหรับกฎหมายในการใช้ควบคุมปัญหาสังคมที่ปัจจุบันมีการกระทำความผิดทางเพศในหลายรูปแบบและเป็นการกระทำต่อบุคคลทุกเพศทุกวัย รวมถึงผู้มีความหลากหลายทางเพศอันเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ถูกกระทำ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2568 และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีสาระสำคัญโดยเฉพาะในมาตรา 3 ให้ยกเลิกความใน (18) ของมาตรา 1 แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2562 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

(18) “กระทำชำเรา” หมายความว่า กระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้อวัยวะอื่นของผู้กระทำหรือวัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น หรือการให้ผู้อื่นกระทำกับผู้กระทำในลักษณะเดียวกัน แต่การให้ผู้อื่นกระทำการดังกล่าวนั้นไม่รวมถึงกรณีที่ผู้อื่นใช้อวัยวะอื่น หรือวัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้กระทำ ทั้งนี้ อวัยวะเพศให้หมายความรวมถึงอวัยวะเพศจากการผ่าตัด

มาตรา 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (19) ของมาตรา 1 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

(19) “คุกคามทางเพศ” หมายความว่า กระทำโดยทางกาย วาจา การส่งเสียง การแสดงอากัปกิริยาหรือท่าทาง การติดต่อสื่อสาร การเฝ้าดู การติดตามรังควาน หรือกระทำด้วยประการใดๆ รวมถึงกระทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์โทรคมนาคม หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นที่สามารถแสดงผลให้เข้าใจความหมายได้ต่อผู้อื่น อันมีลักษณะส่อไปในทางเพศ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเดือดร้อนรำคาญ อับอาย ถูกเหยียดหยาม หวาดกลัว หรือได้รับความไม่ปลอดภัยในทางเพศ

โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง อธิบายการกำหนดโทษตามกฎหมายดังกล่าวว่า การคุกคามทางเพศผู้อื่น หากการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานอนาจาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284/1 (ยอมความได้) และโทษจะหนักขึ้นหากกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง หรือกระทำซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง และเป็นเหตุให้ผู้อื่นไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ยอมความได้) หากกระทำในที่สาธารณะ หรือในระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ยอมความได้) และหากกระทำแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ยอมความไม่ได้)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง