5 ม.ค. 69 วันสุดท้ายลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า – ออกเสียงประชามตินอกเขต กกต. เปิด 10 ขั้นตอนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. – ออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. 69 รับบัตร 3 ใบ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชาสัมพันธ์เน้นย้ำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่อ หรือตามทะเบียนบ้านได้ ให้ยื่นคำขอลงทะเบียน ดังนี้

1. การยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง สส. (ล่วงหน้า) ในเขต / นอกเขต / นอกราชอาณาจักร ยื่นคำขอลงทะเบียนได้ภายในวันที่ 5 มกราคม 2569

สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่อ หรือตามทะเบียนบ้านได้ ให้ยื่นคำขอลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้าในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ สถานที่ที่ลงทะเบียนไว้ ดังนี้

– ยื่นนายทะเบียนอำเภอ / นายทะเบียนท้องถิ่น หรือเอกอัครราชทูตหรือผู้ได้รับมอบหมาย ภายในวันที่ 5 มกราคม 2569 ก่อนเวลา 16.30 น.

– ยื่นคำขอทางไปรษณีย์ ถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ

– ยื่นคำขอทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (เฉพาะนอกเขต – นอกราชอาณาจักร) ยื่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง
โดยระบบจะปิดอัตโนมัติ ภายในวันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 24.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

การลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า สามารถลงทะเบียนเลือกเขตอื่นในจังหวัดตามทะเบียนบ้านของตนเอง หรือเขตอื่นที่อยู่ต่างจังหวัดก็ได้ (ห้ามเลือกเขตที่ตนเองมีสิทธิเลือกตั้ง)

          2. การยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียง / นอกราชอาณาจักร / ณ ที่ออกเสียงสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ยื่นคำขอลงทะเบียน ภายในวันที่ 5 มกราคม 2569

สำหรับผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิออกเสียงในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หน่วยออกเสียงที่มีชื่อ หรือตามทะเบียนบ้านได้ ให้ยื่นคำขอลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สถานที่ที่ท่านลงทะเบียนไว้ ดังนี้

– ยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอ / นายทะเบียนท้องถิ่น หรือ เอกอัครราชทูต / ผู้ได้รับมอบหมาย ภายในวันที่ 5 มกราคม 2569 ก่อนเวลา 16.30 น.

– ยื่นทางไปรษณีย์ ถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ

– ยื่นทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง ระบบจะปิดอัตโนมัติ ภายในวันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 24.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

การลงทะเบียนออกเสียง ณ ที่ออกเสียงสำหรับคนพิการ / ทุพพลภาพ / ผู้สูงอายุ ยื่นคำขอต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดหรือผู้ได้รับมอบหมาย เฉพาะจังหวัดที่กำหนดให้มีที่ออกเสียงประชามติสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ภายในวันที่ 5 มกราคม 2569 ก่อนเวลา 16.30 น.

          ทั้งนี้ การลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขต ต้องเลือกลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงที่ไม่ใช่จังหวัดตามทะเบียนบ้านของตนเอง               

          3. ช่องทางการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ หรือการยกเลิก / เปลี่ยนแปลง ทางอินเทอร์เน็ต ดังนี้

              3.1 นอกเขต https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/outvote/

              3.2 นอกราชอาณาจักร https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/popout/

              3.3 Application Smart Vote

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง สส. (ล่วงหน้า) ในเขตเลือกตั้ง / นอกเขตเลือกตั้ง / นอกราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึง 3 มกราคม 2569 รวมจำนวน 1,264,103 คน มีผู้ขอลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง จำนวน 4,837 คน นอกเขตเลือกตั้ง จำนวน 1,148,146 คน และนอกราชอาณาจักร จำนวน 111,120 คน

ส่วนจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามติ และนอกราชอาณาจักร ณ วันที่ 3 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. (วันแรกของการลงทะเบียน) มีผู้ยื่นคำขอใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามติ รวมทั้งหมด 225,920 คน แบ่งเป็น นอกเขตออกเสียง 207,439 คน และนอกราชอาณาจักร 18,481 คน

นอกจากนี้ ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 เรื่อง กำหนดวันออกเสียงประชามติ โดยกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไป นั้น

คณะรัฐมนตรีพิจารณาและมีมติรับรองคำถามที่จะสอบถามประชาชน ในประเด็นคำถามที่หนึ่งว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอแจ้งรายละเอียดสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

1. ที่มาและเหตุผลความจำเป็นของการจัดทำประชามติ การออกเสียงประชามติครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 กันยายน 2568 ว่า รัฐสภามีอำนาจริเริ่มหรือแสดงความต้องการเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่เสียก่อน และเพื่อให้เป็นไปตามหลักอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชน การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช2560 และหากมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำเป็นต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติ 3 ครั้งได้แก่

ครั้งที่ 1 เพื่อให้ความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

ครั้งที่ 2 เพื่อให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม

ครั้งที่ 3 เพื่อถามประชาชนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หลังจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว

การออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็น ประชามติครั้งที่ 1

2. คำถามประชามติ

ชื่อเรื่อง การออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ประเด็นคำถามคือ “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”

ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถเลือกได้ 3 ช่อง คือ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และ ไม่แสดงความคิดเห็น

3. ความหมายและสาระสำคัญของประเด็นที่ทำประชามติ

การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกระบวนการที่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ต้องดำเนินไปตามขั้นตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้

ทั้งนี้ การออกเสียงประชามติครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทันที แต่เป็นการสอบถามประชาชนว่า เห็นชอบหรือไม่ให้มี “การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”

4. ขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติในวันเดียวกัน

การลงคะแนนจะดำเนินการต่อเนื่องในที่เลือกตั้งเดียวกัน ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่ออยู่ตามทะเบียนบ้าน ซึ่งจะได้รับบัตรรวม 3 ใบ คือ บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ และบัตรออกเสียงประชามติ โดยมี 10 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

1) ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ จากบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง ซึ่งจะมี 2 ชุดคือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการช่วยตรวจสอบและแจ้งลำดับที่ให้ทราบ

2) การเตรียมตัวก่อนเข้าคูหา จำลำดับที่ของตนเอง หมายเลขผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และหมายเลขพรรคการเมืองที่จะเลือก เตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการ หรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่าย และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้ถือบัตร (ที่ยังไม่หมดอายุ) หรือแอปพลิเคชัน ได้แก่ ThaiD DLT QR LICENCE และบัตรคนพิการ

3) แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ยื่นหลักฐานแสดงตนและแจ้งลำดับที่ต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.

4) รับบัตรเลือกตั้ง สส. และลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง โดยลงลายมือชื่อที่ต้นขั้ว             บัตรเลือกตั้ง ทั้ง 2 ประเภท รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (เลือกคน) และแบบบัญชีรายชื่อ (เลือกพรรค)พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน

5) เข้าคูหาลงคะแนนเลือกตั้ง สส. โดยทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมาย
ในบัตรทั้ง 2 ใบ บัตรแบบแบ่งเขตเลือกผู้สมัครได้เพียง 1 คนเท่านั้น ส่วนบัตรแบบบัญชีรายชื่อ เลือกพรรคการเมืองได้เพียงพรรคการเมืองเดียว หากไม่ประสงค์เลือกใครให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หากไม่ประสงค์เลือกพรรคใด ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่อง “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด” แล้วพับบัตรเลือกตั้งตามรอยพับ และออกจากคูหา

6) หย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. ลงหีบบัตรเลือกตั้ง โดยนำบัตรเลือกตั้งที่พับแล้วหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้ง
แต่ละประเภทให้ถูกต้องด้วยตนเอง

ขั้นตอนและกระบวนการออกเสียงประชามติ

   7) แสดงตนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. เสร็จแล้ว ให้เดินไปยังจุดถัดไปในที่เลือกตั้งเดียวกัน เพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ โดยยื่นหลักฐานแสดงตน และแจ้งลำดับที่ตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ และลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

8) รับบัตรออกเสียงประชามติ และลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ โดยลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ และรับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน

9) เข้าคูหาออกเสียงประชามติ โดยเข้าคูหาและทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายเพียงช่องเดียว “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น” จากนั้นพับบัตรออกเสียงประชามติตามรอยพับให้เรียบร้อย แล้วออกจากคูหา

10) หย่อนบัตรประชามติและออกจากที่เลือกตั้ง นำบัตรออกเสียงประชามติที่พับแล้วหย่อนลงใน
หีบบัตรออกเสียงประชามติด้วยตนเอง และเดินออกจากที่เลือกตั้ง ตามทางออกที่กำหนด

5. การลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียง / นอกราชอาณาจักร / และสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ เป็นวันลงคะแนนพร้อมทั้งประเทศไม่มีลงคะแนนออกเสียงล่วงหน้า

ผู้ที่ไม่สามารถออกเสียงลงคะแนนที่หน่วยออกเสียงที่มีชื่อตามทะเบียนบ้าน ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิ ในวันที่ 3 – 5 มกราคม 2569 ดังต่อไปนี้

– ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียง

– ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกราชอาณาจักร

– ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียง ณ ที่ออกเสียงสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ ได้ทางเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริการสายด่วน 1444

ข่าวที่เกี่ยวข้อง