นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงวิกฤต ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงร่วมกับกรุงเทพมหานคร ดำเนินมาตรการจัดการมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ได้ยกระดับมาตรการเชิงรุกในการกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้เข้มงวดมากขึ้น
โดยกำหนดมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศใหม่ ให้ปริมาณฝุ่นไม่เกิน 60 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สำหรับโรงงานที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซ และไม่เกิน 90 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สำหรับโรงงานที่ใช้เชื้อเพลิงแข็งและเชื้อเพลิงเหลว พร้อมกำหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่กว่า 156 แห่ง ติดตั้งระบบติดตามการปล่อยมลพิษแบบเรียลไทม์ (Continuous Emission Monitoring System: CEMS) เพื่อเพิ่มความโปร่งใส และเปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้
ทั้งนี้ จะเริ่มบังคับให้โรงงานติดตั้งระบบดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ควบคู่กับการส่งเสริมการย้ายโรงงานออกจากชุมชนในพื้นที่หนาแน่นไปยังนิคมอุตสาหกรรม ผ่านมาตรการจูงใจของภาครัฐ
นอกจากนี้ กระทรวงฯ จะยกระดับมาตรฐานยานยนต์ โดยบังคับใช้มาตรฐานยูโร 6 สำหรับรถยนต์เบนซินทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ สนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าผ่านโครงการ EV 3.5 และมาตรการลดภาษีสรรพสามิต ควบคู่กับการตั้งเป้าลดการเผาอ้อยทั้งประเทศให้ไม่เกินร้อยละ 10 พร้อมสนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ตัดอ้อยสด และกำหนดให้โรงงานหยุดรับอ้อยในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองและอุบัติเหตุในช่วงการท่องเที่ยว








