คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการสินเชื่อ SME Green Productivity วงเงิน 15,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการสินเชื่อธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account : PSA) ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม เสนอ ดังนี้
1. ขยายระยะเวลาดำเนินโครงการฯ จากเดิม สิ้นสุดรับคำขอกู้วันที่ 30 ธันวาคม 2568 เป็น สิ้นสุดรับ
คำขอกู้วันที่ 30 ธันวาคม 2569
2. ปรับปรุงกลุ่มเป้าหมายที่ 2 จากเดิม “ผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต หรือเครื่องจักร อุปกรณ์ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ หรือลดการใช้พลังงาน” เป็น “ผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต หรือเครื่องจักร อุปกรณ์ ยานพาหนะ”
3. ขยายวงเงินสินเชื่อต่อราย จากเดิมไม่เกิน 10 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 30 ล้านบาท
ตามที่ คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 เห็นชอบให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ดำเนินโครงการสินเชื่อ SME Green Productivity วงเงิน 15,000 ล้านบาท และอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ จำนวน 1,350 ล้านบาท เพื่อชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้กับ ธพว. ซึ่งโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำให้แก่ผู้ประกอบการ SME เพื่อยกระดับและเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการฯ ที่สำคัญ เช่น วงเงินอนุมัติสินเชื่อสูงสุดต่อรายไม่เกิน 10 ล้านบาท ระยะเวลากู้ไม่เกิน 10 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่จากผู้กู้ร้อยละ 3 ต่อปี ใน 3 ปีแรก (จากร้อยละ 6 โดยรัฐบาลชดเชยอัตราดอกเบี้ยให้แก่ ธพว. ร้อยละ 3 ต่อปี ใน 3 ปีแรก) และมีระยะเวลาดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (30 กรกฎาคม 2567) และสิ้นสุดรับคำขอกู้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 หรือจนกว่าจะเต็มวงเงินตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม เสนอ โดยมีที่มาดังนี้
1. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เปิดให้บริการโครงการสินเชื่อ SME Green Productivity เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2567 สิ้นสุดรับคำขอกู้ภายใน 30 ธันวาคม 2568 หรือจนกว่าวงเงินสินเชื่อรวมของโครงการฯ จะหมด แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน โดยผลการดำเนินโครงการสินเชื่อ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 วงเงินโครงการฯ 15,000 ล้านบาท วงเงินอนุมัติสินเชื่อรวม 4,826 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 32 ของวงเงินโครงการฯและยังมีผู้ประกอบการ SME ยื่นขอสินเชื่ออีก 96 ราย วงเงินคำขอ 352 ล้านบาท โดยในปี 2568 คาดการณ์อนุมัติสินเชื่อรวมทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท ทำให้มีวงเงินคงเหลือรวม 10,000 ล้านบาท
2. วงเงินคงเหลือดังกล่าวสามารถส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวได้ต่อเนื่องในปี 2569 ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม โดย ธพว. จึงเสนอขอปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการฯ 3 ข้อ ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณเดิมตามมติคณะรัฐมนตรี (30 กรกฎาคม 2567)
| หลักเกณฑ์ โครงการฯ | มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 | ขอปรับปรุงครั้งนี้ | เหตุผล |
| 1. ระยะเวลาดำเนินโครงการฯ | สิ้นสุดรับคำขอกู้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 หรือจนกว่าวงเงินสินเชื่อรวมของโครงการฯ จะหมด แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน | สิ้นสุดรับคำขอกู้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าวงเงินสินเชื่อร่วมของโครงการฯ จะหมด แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งจะถึงก่อน | ส่งเสริมให้ SME ที่ต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสามารถดำเนินธุรกิจต่อได้อย่างยั่งยืน สอดรับแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนวิสาหกิจ ธพว. |
| 2. กลุ่มเป้าหมาย | ผู้ประกอบการ SME ที่ ต้องการ ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต หรือ เครื่องจักร อุปกรณ์ รวมถึง การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการบริหาร จัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ หรือลดการใช้พลังงาน | ผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการ ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตหรือเครื่องจักร อุปกรณ์ ยานพาหนะ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มมูลค่า ให้กับสินค้าและบริการ หรือลดการใช้พลังงาน | ปรับปรุงเพิ่มเติมข้อความกลุ่มเป้าหมายกลุ่มที่ 2 โดยเพิ่มคำว่า “ยานพาหนะ” เพื่อให้ครอบคลุมลูกค้าที่ต้องการ เปลี่ยนยานพาหนะมาใช้พลังงานสะอาด นอกเหนือจากการใช้ระบบไฟฟ้า (EV) เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ |
| 3. วงเงินสินเชื่อต่อราย | ไม่เกิน 10 ล้านบาท | ไม่เกิน 30 ล้านบาท | สนับสนุน SME ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรม สีเขียวซึ่งในการปรับเปลี่ยนต้องใช้เงินลงทุนสูง เช่น กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น เนื่องจากหลักเกณฑ์โครงการฯ เดิมจำกัดวงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 10 ล้านบาท ส่งผลให้ SME ต้องหาแหล่งเงินอื่นมาร่วมสมทบ |
3. การดำเนินโครงการฯ ภายหลังการปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการฯ จะยังคงอยู่ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณเดิมตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 คือใช้วงเงินรวมสำหรับดำเนินโครงการ 15,000 ล้านบาท กรอบงบประมาณที่ขอรับจัดสรรจากรัฐบาล 1,350 ล้านบาท และให้ ธพว. เป็นหน่วยงานหลักดำเนินโครงการฯ และขอรับการชดเชยจากรัฐบาลเป็นระยะเวลา 3 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567-2569)
4. คณะกรรมการ ธพว. ในคราวประชุมครั้งที่ 12/2568 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 มีมติเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการฯ ด้วยแล้ว และให้กระทรวงอุตสาหกรรมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา
5. การปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการฯ จะช่วยให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ประมาณ 1,700 ราย ภายใต้วงเงินมาตรการรวม 15,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับผลิตภาพและเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรม
สีเขียว และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางกระแส
การเปลี่ยนแปลงของโลก สร้างเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ประมาณ 68,700 ล้านบาท รักษาการจ้างงานได้ไม่น้อยกว่า 27,680 อัตรา
6. กระทรวงอุตสาหกรรม ได้จัดทำรายละเอียดข้อมูลประกอบการขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 27 และมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 เรียบร้อยแล้ว
โดยที่เรื่องนี้เป็นการขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 (ตามข้อ 2) จึงเข้าข่ายเป็นเรื่องที่เสนอคณะรัฐมนตรีได้ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 มาตรา 4 (9) (ตามข้อ 5.2) ประกอบกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นชอบ โดยมีความเห็นเพิ่มเติมว่า ควรให้กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักรู้ถึงโอกาสและประโยชน์จากการปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการ SME เข้าร่วมโครงการฯ มากขึ้น และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า การปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการดำเนินการภายใต้กรอบวงเงินสินเชื่อ และวงเงินงบประมาณชดเชยเดิมตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 (ตามข้อ 2) จึงมิได้เป็นกรณีการกระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป ตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงเป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป สามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงอุตสาหกรรมได้








