กรมควบคุมมลพิษตรวจคุณภาพน้ำทะเลอ่าวฉลอง พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานเพื่อการนันทนาการ แต่ยังมีเศษวัสดุและคราบน้ำมัน แนะประชาชนงดลงเล่นน้ำชั่วคราว

กรมควบคุมมลพิษ รายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ทบริเวณอ่าวฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต พบว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง ประเภทที่ 4 เพื่อการนันทนาการ อย่างไรก็ตาม ยังตรวจพบเศษวัสดุเหลือจากเพลิงไหม้บนชายหาดและคราบน้ำมันหลงเหลือเล็กน้อย จึงขอแจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้งดลงเล่นน้ำในช่วงนี้

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ได้สั่งการให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำแนะนำการจัดการมลพิษตามหลักวิชาการ โดยได้ดำเนินการกู้ซากเรือขึ้นจากทะเลมาวางบริเวณชายหาดแล้ว เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยทางทะเล

ผลการตรวจคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งเบื้องต้น ด้วยอุปกรณ์พารามิเตอร์ภาคสนาม บริเวณจุดเกิดเหตุห่างจากชายฝั่งประมาณ 10 เมตร พบค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) เท่ากับ 8.09 อยู่ในช่วงมาตรฐาน 7.0–8.5 ค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) เท่ากับ 7.49 มิลลิกรัมต่อลิตร สูงกว่าค่ามาตรฐานไม่น้อยกว่า 4.0 มิลลิกรัมต่อลิตร และค่าปริมาณของแข็งที่ละลายในน้ำทั้งหมด (TDS) เท่ากับ 46.7 กรัมต่อลิตร สรุปภาพรวมคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพื่อการนันทนาการ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังมีเศษวัสดุจากการเผาไหม้บนชายหาดและคราบน้ำมันบนผิวน้ำ แม้มีปริมาณเล็กน้อย แต่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ จึงยังไม่ควรลงเล่นน้ำในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 ได้ประสานแจ้งผลการตรวจและข้อเสนอแนะไปยังเทศบาลตำบลฉลอง เพื่อประกาศเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่แล้ว

สำหรับการจัดการเหตุการณ์ สำนักงานเจ้าท่าภูเก็ตได้จัดหาโฟมฉีดสกัดเพื่อป้องกันการกระจายตัวของน้ำมันในทะเล ขณะที่เทศบาลตำบลฉลองได้เร่งเก็บกู้ซากเรือ เศษเถ้า และคราบน้ำมันที่ลอยอยู่ในทะเล โดยดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ทั้งนี้ ความเสียหายเบื้องต้นพบว่าเรือสปีดโบ๊ทถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งลำ รวม 23 ลำ มูลค่าความเสียหายกว่า 38 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง