สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เปิดเผยสถานการณ์การใช้พลังงานของประเทศในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ระหว่างเดือนมกราคม–กันยายน พบว่าการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นต้นอยู่ที่ประมาณ 2.02 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 1.9
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ระบุว่า การลดลงดังกล่าวเป็นผลจากการใช้เชื้อเพลิงหลัก ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ในการผลิตไฟฟ้าที่ปรับตัวลดลง สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการปรับสมดุลของภาคการผลิต
ขณะเดียวกัน การใช้น้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.0 สะท้อนการขยายตัวของการขนส่งทางอากาศ ทั้งการเดินทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งยังคงส่งสัญญาณบวกต่อระบบเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ในช่วงเวลาดังกล่าวลดลงร้อยละ 3.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการใช้พลังงานที่ลดลงในทุกสาขาเศรษฐกิจ
การลดลงของการใช้พลังงานขั้นต้นถือเป็นการปรับฐานตามกลไกเศรษฐกิจ และอาจเป็นหนึ่งในดัชนีที่สะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น








