นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายพนา สถิตศาสตร์ รองกงสุลใหญ่ฯ รักษาราชการแทนกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน และนางกุลธิดา บัณฑุรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ไทย เดินทางไปยังมณฑลกานซู สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยนายพัฒนา กล่าวว่า การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ เพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสริมสร้างความร่วมมือทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขระหว่างประเทศไทยกับจีน เกี่ยวกับเทคโนโลยีการฉายรังสีด้วยอนุภาคหนัก (Heavy Ion Therapy) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการรักษามะเร็งขั้นสูงด้วยลำอนุภาคที่มีประจุคาร์บอนไอออน นวัตกรรมใหม่ที่เร่งความเร็วสูงเพื่อปล่อยพลังงานสูงสุดที่ก้อนมะเร็งและทำลายเซลล์มะเร็งอย่างแม่นยำ ลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติรอบข้างได้ดีกว่าการฉายรังสีที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เหมาะสำหรับมะเร็งที่อยู่ลึก หรือตำแหน่งที่อ่อนไหวต่อรังสี เช่น สมอง ตา กระดูกสันหลัง เป็นต้น แม้จะมีต้นทุนสูงแต่ให้ผลการรักษาที่ดีขึ้นและลดผลข้างเคียง ซึ่งประเทศจีนมีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีนี้ โดยมีศูนย์รักษาและมีเครื่องที่ผลิตเองในประเทศ เช่น มณฑลกานซู และเซี่ยงไฮ้ เป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ของจีนที่สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีมาสู่ประเทศไทยได้ โดยการเยือนครั้งนี้มีการศึกษาดูงานและหารือเกี่ยวกับเทคโนโลยีการฉายรังสีรักษาด้วยอนุภาคหนัก 2 แห่ง ได้แก่
1. บริษัท Lanzhou Ion Therapy จำกัด หรือ LANITH เป็นโรงงานผลิตเครื่องรักษามะเร็งด้วยไอออนหนักที่มีความเชี่ยวชาญ ครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การทดสอบระบบ การเดินเครื่อง ไปจนถึงการซ่อมบำรุง ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO9001 และ ISO13485 มีใบอนุญาตผลิตและดำเนินการเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ระดับ 3 และใบอนุญาตความปลอดภัยทางรังสีสำหรับอุปกรณ์รังสีระดับ 1
2. ศูนย์รังสีรักษาด้วยอนุภาคหนักอู่เวย โรงพยาบาลอู่เวยเฮฟวีไอออน เมืองอู่เวย ซึ่งเป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิขนาด 1,600 เตียง มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยี Heavy Ion Therapy ถือเป็นหนึ่งในสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำของจีนที่เป็นแบบอย่างสำคัญของการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูง งานวิจัยทางการแพทย์ และการดูแลผู้ป่วยอย่างครอบคลุม ได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 100 โรงพยาบาลต้นแบบที่น่าเชื่อถือของจีน และได้รับการรับรองจาก National Medical Products Administration (NMPA) ในปี 2019 มีขีดความสามารถด้านการรักษาสูง และมีการตั้งระบบ Heavy Ion Cancer Treatment System ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีจีนที่มี IP สินค้าของตนเอง มีเครื่องมือระดับสูง เช่น PET-CT, MRI high field 3.0T, Linear Accelerators รวมถึงเทคนิคใหม่ ๆ ในการรักษาเนื้องอกซับซ้อน เน้นการบริการครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา การฟื้นฟู และการวิจัยโรคมะเร็ง มีการดำเนินงานภายใต้แนวคิดการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม โดยนำการแพทย์แผนจีนเข้ามาเสริมการรักษาเพื่อลดอาการข้างเคียงและฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยหลังการรักษา ถือเป็นตัวอย่างการผสมผสานเทคโนโลยีระดับสูงกับการแพทย์ทางเลือกอย่างเป็นระบบ
การเยือนทั้งบริษัทลานิทและโรงพยาบาลอู่เวยเฮฟวีไอออน นอกจากจะเป็นโอกาสในการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี การบริหารจัดการศูนย์รักษา และการพัฒนาบุคลากรแล้ว ยังเป็นโอกาสดีในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยและจีนในด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การฝึกอบรมบุคลากร การวิจัยร่วมกัน ตลอดจนริเริ่มให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ด้านการลงทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ร่วมกัน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประชาชนทั้งสองประเทศ รวมทั้งยกระดับคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งในระดับภูมิภาคด้วย ทั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาแนวทางการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Heavy Ion Therapy ของไทย
ในอนาคต
(9 ม.ค. 69) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดศูนย์ฝึกอบรมการนวดไทย (Thai Massage Clinical Training Center) ที่โรงพยาบาลในเครือข่ายมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนกานซู และเป็นสักขีพยานในการลงนามโครงการความร่วมมือด้านการแพทย์แผนดั้งเดิม ภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กับคณะกรรมาธิการสุขภาพ มณฑลกานซู พร้อมกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มีแผนจัดบริการแพทย์แผนไทย ที่เมืองหลานโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ใน 3 ด้าน คือ
1. คลินิกนวดไทย ให้บริการผู้ป่วยนอก โดยเฉพาะโรคในกลุ่มอาการกล้ามเนื้อและกระดูก พร้อมหัตถการอื่น ๆ เช่น การประคบสมุนไพร การพอกสมุนไพร การกดจุดด้วยน้ำมันสมุนไพร
2. ศูนย์การตรวจรักษาร่วมไทย-จีน เป็นคลินิกแพทย์แผนไทยเฉพาะทาง เน้นกลุ่มโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน รักษาตามการวินิจฉัยของแพทย์แผนจีนพร้อมการส่งเสริมสุขภาพและให้คำแนะนำด้านแพทย์แผนไทย
3. ศูนย์ฝึกอบรมนวดไทย ซึ่งมีการจัดเตรียมหลักสูตรการฝึกอบรมการนวดไทย ฝึกประสบการณ์นวดไทย รับรองมาตรฐานผู้ผ่านการอบรมจากกระทรวงสาธารณสุข
ความร่วมมือด้านการแพทย์ระหว่างมณฑลกานซูและไทย เป็นกรอบความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนทางด้านวิชาการ อาทิ การเรียนการสอนและการฝึกอบรมทางคลินิก ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ เปิดโอกาสให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ การดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรม ด้านการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ทั้งการผลิตยาสมุนไพร ซึ่งเป็นการผสานภูมิปัญญาการแพทย์ดั้งเดิมเข้ากับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ นำไปสู่การยกระดับคุณภาพมาตรฐานสมุนไพรไทยเพื่อการส่งออก ตลอดจนการแบ่งปันข้อมูลทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุนการวิจัย การพัฒนานโยบาย และการบริหารจัดการระบบสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพและทันสมัย
นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือกับนายเหริน เจิ้นเฮ่อ ผู้ว่าการมณฑลกานซู สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น ทั้งสองฝ่ายหารือถึงสัมพันธภาพในทุกระดับ และความร่วมมือที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ยังเห็นโอกาสพัฒนาความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่าย ทั้งในภาคอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว รวมไปถึงด้านสาธารณสุข ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น








