กต.ขอกัมพูชายุติแสดงความเห็นก้าวก่ายกิจการภายในไทย

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงพัฒนาการสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ตั้งแต่มีตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทยกัมพูชายังค่อนข้างสงบแม้เกิดเหตุยิงเข้ามาในฝ่ายไทยเมื่อ 6 มกราคม 2569 ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ แต่ได้มีการติดต่อกันทั้งส่วนกลางและพื้นที่ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงด้วยดี ซึ่งที่ผ่านมาไทยเคารพและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมเรื่องการหยุดยิงในทุกข้ออย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเรื่องของการยั่วยุที่จะนำไปสู่ความตึงเครียดและให้งดเว้นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเพื่อลดความตึงเครียด ลดความรู้สึกเชิงลบทางสังคมและส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเจรจาอย่างสันติ แต่พบว่าฝ่ายกัมพูชายังยั่วยุรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการแถลงการณ์และการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารระดับสูงที่มีเนื้อหาบิดเบือนยั่วยุและมีการกล่าวหาไทย โดยไม่มีมูลและไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือ และยังเป็นการละเมิดถ้อยแถลงร่วม เช่นผลกระทบการสู้รบต่อโบราณสถาน ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม โดยในฐานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮก 1954 และอนุสัญญามรดกโลก 1972 ซึ่งไทยปฏิบัติตามถ้ากรณีของอนุสัญญาดังกล่าวอย่างเคร่งครัดและมีหลักฐานอย่างชัดเจนว่า กองทัพกัมพูชาใช้ปราสาทต่างๆ เป็นฐานปฏิบัติการทางทหารสะสมอาวุธและซุ่มโจมตีฝ่ายไทย กระทำดังกล่าวของกัมพูชาถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับที่กำหนดให้กัมพูชาซึ่งเป็นภาคีฯต้องปกป้องและไม่ใช้โบราณสถานทรัพย์สินทางวัฒนธรรมใดๆเพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหาร ฝ่ายไทยจึงจำเป็นต้องปฏิบัติการทางการทหารเพื่อป้องกันตัวเองภัยคุกคาม และยับยั้งการใช้พื้นที่โบราณสถานเพื่อประโยชน์ทางการทหารของกัมพูชา ซึ่งเป็นไปตามหลักการจำเป็นและได้สัดส่วน มุ่งเป้าทางการทหาร เพื่อลิดรอนความสามารถทางการทหารของฝ่ายกัมพูชา ที่กระทำได้ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

ส่วนกรณีแสดงความคิดเห็นที่เข้าข่ายแทรกแซงรายการภายในของรัฐ ในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนสงบทั้งสองฝ่ายควรหลีกเลี่ยงการยั่วยุ ที่เสี่ยงทำให้สถานการณ์ตึงเครียดอีกครั้ง นั้นการแสดงความคิดเห็นโดยเฉพาะในลักษณะความคิดเห็นก้าวก่ายในเรื่องของการเลือกตั้งของฝ่ายไทย เป็นการแสดงไม่เหมาะสมและขัดต่อมารยาทพื้นฐานหลักการมีปฏิสัมพันธ์ต่อรัฐและหลักการพื้นฐานอาเซียนและไม่สะท้อนความพยายามยึดมั่นถ้อยแถลงร่วมและการหาทางออกร่วมกัน ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ฝ่ายไทยขอให้กัมพูชายุติพฤติการณ์เช่นนี้ ซึ่งเป็นการกระทำที่กระทบต่อความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมขอเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะบ่อนทำลายบรรยากาศที่เอืัอต่อการเจรจาโดยสันติ นำความสงบสุขอย่างยั่งยืนมาสู่พื้นที่ชายแดน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง