ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกันจับกุมนางสาวบัวคำฯ อายุ 27 ปี และนางสาวสุริสาฯ อายุ 26 ปี ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ในข้อหา “สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน, แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และร่วมกันใช้หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อให้มีชื่อในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ได้ที่ร้านอาหารตามสั่ง ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และผู้ต้องหาที่ 2 ได้ที่ร้านอาหารตามสั่ง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
พฤติการณ์ในคดีนี้ สืบเนื่องมาจากการที่ บก.ปปป. ได้บูรณาการความร่วมมือกับ 4 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมการปกครอง เพื่อวางแผนและรวบรวมพยานหลักฐานในการเข้าจับกุมขบวนการทุจริตสวมบัตรประชาชน ซึ่งมีผู้ร่วมขบวนการทั้งเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง อาทิ นายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและนายหน้าที่เกี่ยวข้อง
ขบวนการนี้ ได้ทำการนำบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย (กลุ่มทุนจีนสีเทา) มาสวมรอยเป็นบุคคลที่มีสิทธิได้รับสัญชาติไทยตามมติคณะรัฐมนตรีในพื้นที่ อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ จากการตรวจสอบของกรมการปกครองพบว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดในขบวนการนี้ทั้งสิ้น 28 ราย จึงได้ประสานให้ บก.ปปป. เป็นหน่วยงานหลักในการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการขออนุมัติศาลอาญาทุจริตภาค 5 เพื่อออกหมายจับกลุ่มบุคคลดังกล่าวทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้สามารถจับกุมไปได้แล้ว 15 ราย
การจับกุมนางสาวบัวคำฯ และนางสาวสุริสาฯ ในครั้งนี้ ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 2 ราย รวมเป็น 17 ราย จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งศาลอาญาทุจริตฯ ภาค 5 เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยระบุว่าตนเป็นประชาชนทั่วไปที่ไปดำเนินการขอบัตรสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน








