นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านน้ำในฐานะนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล สั่งการกรมทรัพยากรน้ำยกระดับการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ขาดแคลนน้ำอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำต้นทุนเพื่อการเกษตร เพื่อบรรเทาผลกระทบและดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างต่อเนื่อง
นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้บูรณาการการทำงานของกองวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์น้ำ ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1–11 ทั่วประเทศ ประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งซึ่งครอบคลุมเกือบ 50 ล้านไร่ พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการรองรับสถานการณ์ในทุกมิติ ทั้งการจัดสรรน้ำ การสำรองน้ำและการให้ความช่วยเหลือเชิงพื้นที่อย่างทันท่วงที
ภายใต้นโยบายดังกล่าว กรมทรัพยากรน้ำได้ระดมจักรกลกว่า 150 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำ 394 เครื่อง ลงพื้นที่ปฏิบัติการ พร้อมจัดตั้งศูนย์ผลิตและบริการน้ำสะอาด 139 จุด จุดแจกจ่ายน้ำ 82 จุด จุดสูบน้ำช่วยเหลือ 245 จุด และอ่างเก็บน้ำสำรอง 65 แห่ง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้อย่างทั่วถึง
ผลการดำเนินงานตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงปัจจุบัน สามารถสูบน้ำช่วยเหลือได้กว่า 3.63 ล้านลูกบาศก์เมตร แจกจ่ายน้ำมากกว่า 900,000 ลิตร ช่วยเหลือประชาชนกว่า 25,000 ครัวเรือน และพื้นที่เกษตรกรรมเกือบ 26,000 ไร่ สะท้อนผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ของการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่
กรมทรัพยากรน้ำยืนยันความพร้อม ในการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ลดต้นทุน ลดรายจ่ายและเพิ่มโอกาสในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพอย่างมั่นคง รองรับสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้น








