นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงแนวทางการดูแลสุขภาพของประชาชนในช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเน้นย้ำการดูแลตนเองตามระดับอาการและให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเปราะบาง โดยอาการจากผลกระทบของฝุ่นสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ เริ่มจากกลุ่มอาการเล็กน้อย มีอาการระคายเคืองตา แสบตา คัดจมูก มีน้ำมูก หรือไอเล็กน้อย การดูแลควรอยู่ในที่ปลอดภัยจากฝุ่น สวมหน้ากากอนามัย และล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการชะล้างฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ หากตาแห้งให้ใช้น้ำตาเทียมและพักผ่อนให้เพียงพอ ส่วนกลุ่มอาการปานกลาง ไอมาก แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก หรือหอบเหนื่อยเล็กน้อย หากอาการไม่ดีขึ้นหรือเริ่มกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรไปพบแพทย์ทันที และกลุ่มอาการรุนแรง หอบเหนื่อยมาก แน่นหน้าอกอย่างรุนแรง หายใจลำบาก หรือผู้ป่วยโรคหัวใจ/ปอดที่มีอาการทรุดลง ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที เนื่องจากฝุ่น PM 2.5 สามารถกระตุ้นให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้
นายแพทย์เอกชัย ยังเตือน 4 กลุ่มเสี่ยง งดกิจกรรมกลางแจ้ง ได้แก่ เด็กเล็ก, หญิงตั้งครรภ์, ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว โรคปอด, หัวใจ, เบาหวาน โดยขอให้หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่มีค่าฝุ่นสูง และคอยเช็กค่าฝุ่นผ่านแอปพลิเคชันก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ส่วนการเลือกน้ำเกลือใช้ล้างจมูกว่า ควรเป็นน้ำเกลือความเข้มข้น 0.9% ที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ เพราะสะอาดและไม่ระคาย ควรล้างวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน








