นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 บริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลในวันนี้ พบว่าอยู่ในเกณฑ์เกินค่ามาตรฐาน (37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) ซึ่งเป็นระดับเริ่มส่งกระทบต่อสุขภาพและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน (สีส้มและสีแดง) เนื่องจากตามข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาในเรื่องอัตราการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ไม่ดี/อ่อน และชั้นบรรยากาศใกล้ผิวพื้นมีลักษณะปิด รวมถึงมีจุดความร้อนในบางพื้นที่และจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น จึงทำให้แนวโน้มความเข้มข้นของฝุ่นละอองมีการสะสมเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ และยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์แม้จะมีโอกาสคลี่คลาย จึงได้สั่งการให้เพิ่มจำนวนเครื่องบินและเที่ยวบินวางแผนเร่งระบายฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้เร็วที่สุด เพื่อให้ค่าคุณภาพอากาศดีขึ้นและไม่เกินค่ามาตรฐาน
โดยระดมเครื่องบินจากหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงฯ จากภูมิภาคอื่นมายังหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีก 3 ลำ ซึ่งจะทำให้มีเครื่องบินสำหรับปฏิบัติการ 7 ลำ สำหรับการปฏิบัติการในวันพรุ่งนี้ เช่นเดียวกับในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหน่วยปฏิบัติการจังหวัดขอนแก่น จะใช้เครื่องบินจำนวน 3 ลำ เร่งบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 พื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือในขณะนี้ด้วย ในขณะที่ในพื้นที่ภาคเหนือ กรมฝนหลวงฯ ได้มีการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่องและเตรียมตั้งหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จังหวัดตากและ จังหวัดพิษณุโลก ที่จะเริ่มปฏิบัติการวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นี้
ขอให้ประชาชนมั่นใจ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร มีความพร้อมทั้งทรัพยากรเครื่องบิน สารฝนหลวงและเจ้าหน้าที่ โดยจะติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์ฝุ่นละอองตลอดทั้งวัน เพื่อวางแผนบินปฏิบัติการระบายฝุ่นให้มากที่สุด และหากคุณภาพอากาศไม่ดีขึ้นจะมีการพิจารณาให้บินปฏิบัติการเพิ่มเติมในเวลากลางคืนต่อไปอีกด้วย อีกทั้งในช่วงนี้ขอให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงให้จำกัดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก หากจำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่กลางแจ้งให้สวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นทุกครั้ง








