“นายกฯ” สั่งเร่งเยียวยาเหตุระเบิดปั๊ม ปตท. 11 จุด จังหวัดชายแดนภาคใต้ “สตช.” สั่งยกระดับการข่าวและการป้องกัน ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว 2 คน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ กลางดึกคืนวันที่ 13 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงและระเบิดสถานีบริการน้ำมัน 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมสั่งการให้แสวงหาทางเลือกอื่นในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เช่น การหาพื้นที่รองรับการค้าชั่วคราว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลสิทธิและสวัสดิการนอกเหนือจากเงินเยียวยา เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น

ด้านการเยียวยา ต้องให้รวดเร็วที่สุดด่วนที่สุด และต้องให้ได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด ต้องระบุให้ได้ว่าจะแล้วเสร็จกระบวนการวันไหน โดยจะติดตามสถานการณ์ด้วยตนเองวันต่อวัน นอกจากนี้ได้สั่งการเพิ่มขีดความสามารถงานด้านการข่าวในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ย้ำว่าในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง หากติดขัดปัญหาเรื่องการช่วยเหลือให้แจ้งมาทันที ทางรัฐบาลพร้อมสนับสนุน

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประชุมติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้อง ผ่านระบบการประชุมทางไกล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 รายงานว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บพยานหลักฐาน พิสูจน์ทราบทางนิติวิทยาศาสตร์ ล่าสุดสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว 2 คน และสามารถทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วจำนวนมาก เตรียมออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

สำหรับแนวทางการป้องกัน ให้พิจารณากำหนดมาตรการ วิธีปฏิบัติใหม่ และนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการเฝ้าระวัง นอกจากนี้ ให้พิจารณาจัดชุดปฏิบัติการพิเศษที่ผ่านการฝึกระดับชำนาญการ เป็นชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมเข้าควบคุมเหตุการณ์ รวมทั้งปรับปรุงแผนพิทักษ์ป้องกันชายแดนร่วมกับทหาร ในการป้องกันคน อาวุธ และอุปกรณ์ระเบิดข้ามผ่านแดน

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ กล่าวว่า เรื่องสถานการณ์รุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้นั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยและได้กำชับการปฏิบัติการด้านการข่าว มาตรการป้องกัน และการสืบสวนสอบสวน เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อมุ่งป้องกันการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ และได้สั่งการให้ยกระดับแนวทางปฏิบัติทางการข่าว การรายงาน การสืบสวน สอบสวน รวมทั้งปรับแผนการปฏิบัติการด้านการข่าวเชิงรุก และแผนการป้องกันการก่อเหตุ บูรณาการหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อป้องกันและตัดวงจรการก่อเหตุไม่สงบที่มีประสิทธิภาพต่อไป

ด้าน นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เยี่ยม ให้กำลังใจผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และ จังหวัดยะลา เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารัฐพร้อมเยียวยา และเคียงข้างประชาชนในวันที่สูญเสียทรัพย์สินและกำลังใจจากเหตุลอบวางเพลิงและวางระเบิด 11 จุด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทั้งได้มอบนามบัตรส่วนตัวแก่ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน และผู้ประกอบการรายย่อยบริเวณสถานีฯ เพื่อต่อสายตรงในกรณีที่มีเรื่องติดขัด หรือมีคำถามเรื่องการช่วยเหลือเยียวยา เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ประกอบการ

นายปิยะศิริ กล่าวว่า ศอ.บต. มาเป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี มาเยี่ยมและให้กำลังใจ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วง โทรถามความคืบหน้าทุกวัน สั่งดำเนินการทุกมิติ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ในส่วนของการเยียวยาจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ส่วนเรื่องสำคัญที่สุด คือการเร่งความเร็วและลดขั้นตอน เพื่อเร่งเยียวยาให้ทุกสถานีบริการน้ำมันได้กลับมาเปิดใช้บริการได้เร็วที่สุด ทั้งนี้มากกว่าเรื่องเงิน คือการเยียวยาจิตใจที่รัฐต้องเป็นพี่เลี้ยงประคองให้ผู้ประกอบการสามารถยืนได้อีกครั้ง และมาตรการเร่งด่วนในขณะนี้ ศอ.บต. จะเป็นผู้แทนเจรจากับสถาบันการเงิน เพื่อพักชำระดอกเบี้ย ในช่วงที่สถานีบริการน้ำมันยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ พร้อมหามาตรการดูแลลูกจ้างในระบบและลูกจ้างรายวัน เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลครอบครัว คาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์นี้

ทางด้านผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันและผู้ประกอบการรายย่อย ขอบคุณภาครัฐ ที่เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยนางมาซีอัง มะต่าย ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ปตท.สาขาตันหยงมัส ถนนระแงะมรรคา ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีบริการน้ำมันที่ถูกลอบวางเพลิงและวางระเบิด ซึ่งจุดดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนัก และนอกจากลานบริการน้ำมันแล้ว ยังมีการลอบวางเพลิงและวางระเบิดร้านสะดวกซื้อ แรงระเบิดของทั้ง 2 จุด ส่งผลให้ร้านผู้ประกอบการรายย่อยบริเวณโดยรอบได้รับความเสียหายทั้งหมด นางมาซีอัง กล่าวว่า รู้สึกแย่มากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ที่สำคัญสงสารลูกจ้าง เพราะแต่ละคนมีภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ทุกคนต่างเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ขอบคุณหน่วยงานทุกหน่วยที่เข้ามาหาเร็วมาก ให้กำลังใจและพร้อมช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมีสารจากนายกรัฐมนตรี ที่ส่งต่อผ่านเลขาธิการ ศอ.บต. ยิ่งรู้สึกตื้นตัน ดีใจ และพร้อมสู้อีกครั้ง

ด้าน นางสาวโซเฟีย แมหะ ผู้ประกอบการรายย่อยบริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาตันหยงมัส กล่าวว่า ได้เปิดร้านขายขนมจีนในสถานีบริการน้ำมันดังกล่าวเป็นเวลากว่า 2 เดือน โดยเจ้าของสถานีบริการน้ำมันได้ทำร้านให้และไม่เก็บค่าเช่าเพื่อช่วยเหลือ โดยทางร้านจะมีลูกค้าจากมาเลเซียและคนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ลูกจ้างภายในร้านจะขอไปทำงานในมาเลเซียเป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ตามขอบคุณ ศอ.บต. ที่เข้ามาติดตาม และทำให้รู้สึกมีกำลังใจเพิ่มขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง