นายกฯ สั่งเร่งเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต เหตุเครนก่อสร้างหล่นทับขบวนรถไฟ

จากกรณีเกิดเหตุเครนก่อสร้างของบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน สัญญาที่ 3-4 งานโยธาสำหรับช่วงลำตะคอง – สีคิ้ว และกุดจิก – โคกกรวด หล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี ขณะขบวนรถกำลังแล่นผ่านช่วงระหว่าง สถานีหนองน้ำขุ่น – สถานีสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ความช่วยเหลือและติดตามการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุดังกล่าว โดยนายกรัฐมนตรี สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทยและผู้รับจ้าง เร่งดำเนินการเยียวยาผู้โดยสารและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างดีที่สุด โดยให้พิจารณาเงินค่าตอบแทนและเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม พร้อมมอบหมายให้การรถไฟฯ หารือร่วมกับคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) รฟท. ทบทวนมาตรการและวงเงินเยียวยาให้มีความเหมาะสมและมากกว่าปัจจุบัน รวมถึงให้บริษัทผู้รับจ้างร่วมรับผิดชอบในการเยียวยาอย่างดีที่สุด ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการเปิดทางการเดินรถในเส้นทางที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพื่อให้สามารถกลับมาให้บริการและลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนให้ได้โดยเร็ว พร้อมมอบหมายให้กรมทางหลวงอำนวยความสะดวกในการนำเครื่องจักรและอุปกรณ์เข้าพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมทั้งยังได้สั่งการให้จัดรถยนต์อำนวยความสะดวกในการนำส่งผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา รวมถึงดูแลอำนวยความสะดวกแก่ญาติ
ผู้ประสบเหตุอย่างใกล้ชิดในทุกมิติ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งการให้อธิบดีกรมการขนส่งทางราง และผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เร่งตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียด รอบด้าน และให้รายงานผลอย่างชัดเจน โปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก รวมถึงได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม ประสานไปยังกระทรวงแรงงาน เพื่อตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นผู้ใช้แรงงานหรือไม่ หากเข้าข่ายตามกฎหมาย จะได้เร่งประสาน สำนักงานประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน เพื่อให้การเยียวยาและช่วยเหลือเป็นไปอย่างเหมาะสมและรวดเร็วที่สุด

ขณะที่ นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ระบุว่า ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ ได้ลงพื้นที่ทันทีเพื่ออำนวยการช่วยเหลือผู้โดยสาร ประสานหน่วยแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสีคิ้ว โรงพยาบาลสูงเนิน และโรงพยาบาลปากช่องนานา ขณะเดียวกัน ยังมีผู้เสียชีวิตบางส่วนติดค้างอยู่ภายในขบวนรถ ซึ่งอยู่ระหว่างการวางแผนในการนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากขบวนรถ โดยได้มอบกระเช้าและเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้น พร้อมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลจนกว่าอาการจะดีขึ้น ในกรณีเงินเยียวยาผู้เสียชีวิต การรถไฟฯ จะนำข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ไปหารือร่วมกับบอร์ด รฟท. เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางและวงเงินช่วยเหลือให้มีความเหมาะสม เป็นธรรม และครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบ อีกทั้งสั่งการให้จัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อเร่งตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน พร้อมเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด และจะดำเนินการจนกว่าคดีจะถึงที่สุด นอกจากนี้ ได้สั่งการให้บริษัทผู้รับเหมาหยุดดำเนินงานในพื้นที่จนกว่าผลการสอบสวนจะแล้วเสร็จ รวมถึงให้จัดตั้งศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ พื้นที่เกิดเหตุ โดยจัดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประจำการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พร้อมขออภัยในความสูญเสียและความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่าความปลอดภัยของผู้โดยสารและประชาชน คือภารกิจสำคัญสูงสุดของการรถไฟฯ

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่เกิดเหตุเครนถล่มใส่ขบวนรถไฟโดยเร่งด่วน เพื่อประเมินสถานการณ์ และอำนวยการบูรณาการให้ความช่วยเหลือร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้สั่งการให้ กองพลพัฒนาที่ 2 มณฑลทหารบกที่ 21 และหน่วยที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมสนับสนุนกำลัง เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ที่จำเป็น อาทิ ครัวสนาม รถส่องสว่าง รถเครน เครื่องมือสนับสนุนการเปิดเส้นทาง การจัดทำสนามเฮลิคอปเตอร์เร่งด่วน เพื่อรองรับการรับ–ส่งผู้ได้รับบาดเจ็บ และอำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยในขณะนี้สามารถช่วยเหลือและอพยพผู้โดยสารออกจากขบวนรถไฟได้ครบถ้วนแล้ว และอยู่ระหว่างการประสานวางแผน เคลียร์พื้นที่ เพื่อฟื้นฟูความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุซ้ำ

ประชาชนที่ต้องการติดตามข้อมูลข่าวสาร รายชื่อของผู้ได้รับอุบัติเหตุและผู้โดยสารในขบวนรถ หรือความคืบหน้าของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สามารถติดต่อผ่านทาง “ศูนย์ติดตามข้อมูลสถานการณ์ด้านการแพทย์” โทร. 065-506-6499 และ “ศูนย์ประสานข้อมูลเหตุการณ์เครนตกใส่รถไฟ บ.ถนนคต อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา”โรงพยาบาลสีคิ้ว โทร. 090-976-8154 และโรงพยาบาลสูงเนิน โทร. 044-419-712 ต่อ 116 หรือ 044-286-422 ต่อ 116 ได้ตลอดเวลา

ในส่วนของการดูแลด้านการแพทย์และสาธารณสุข นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ระดมทีมกู้ชีพขั้นสูง 13 ทีม จาก โรงพยาบาลสีคิ้ว โรงพยาบาลปากช่อง โรงพยาบาลสูงเนิน โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา โรงพยาบาลปักธงชัย โรงพยาบาลด่านขุนทด โรงพยาบาลขามทะเลสอ และทีมกู้ชีพขั้นพื้นฐาน จาก อ.ปากช่อง สีคิ้ว ด่านขุนทด ออกให้ความช่วยเหลือ โดยได้เคลื่อนย้ายผู้โดยสารทั้งที่บาดเจ็บและไม่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดออกจากจุดเกิดเหตุแล้ว ทั้งนี้ยังได้เตรียมทีมศัลยแพทย์ทางสมอง เตียง ICU หอผู้ป่วยและสำรองเลือดไว้รองรับผู้บาดเจ็บทั้งหมด และเตรียมโรงพยาบาล เทพรัตน์นครราชสีมา และโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา สำหรับการรักษาผู้ป่วยที่จำเป็นต้องส่งต่อ รวมทั้งได้จัดทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) ดูแลญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือเยียวยาอย่างเหมาะสม สำหรับร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดได้เก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลสีคิ้ว เพื่อรอญาติติดต่อรับกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์ติดตามข้อมูลกลางฯ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา โทร. 065-5066499 ศูนย์ประสานข้อมูล โรงพยาบาลสีคิ้ว โทร. 090-9768154

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช ขอเชิญประชาชนร่วมบริจาคโลหิตรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์เครนตกใส่รถไฟ โดยสามารถบริจาคได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. ที่หน่วยรับบริจาคโลหิต โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ชั้น 3 เซ็นทรัล โคราช สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทร 044-001-555 ต่อ 0

นอกจากนี้ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จัดทีมเข้าตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีการใช้เครนโครงเหล็กเลื่อนหรือ Launching Gantry (LG) ว่า มีการปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ. 2564 หรือไม่ หากพบการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ให้อำนาจในการสั่งการให้หยุดการปฏิบัติงานทันที ซึ่งตามปกติการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีการใช้เครนโครงเหล็กเลื่อนในลักษณะดังกล่าว จะต้องมีการตรวจสอบความปลอดภัย ตรวจสภาพการใช้งานก่อนใช้งานทุกครั้ง และพนักงานที่ปฏิบัติงานบนโครงเหล็กชนิดนี้ ต้องผ่านการอบรมการทำงานในที่สูงและการใช้เครน เหตุการณ์ครั้งนี้ต้องตรวจสอบว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ อีกทั้งกำชับให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ตรวจสอบพื้นที่ไซต์งานก่อสร้างทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนทำงาน คนในพื้นที่ ชุมชนใกล้เคียง ให้ปฏิบัติตามมาตรการบริหารความปลอดภัยตามกฎกระทรวงอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ เน้นย้ำการทำงานในจุดที่มีความเสี่ยงต้องมีมาตรการความปลอดภัยที่เคร่งครัด และให้ถือว่าความปลอดภัยเป็นความรับผิดชอบของทุกฝ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง