นายกฯ สั่ง คมนาคม เลิก 2 สัญญา บ.อิตาเลียนไทย ขึ้นบัญชีดำ กรณีเครนถล่มทับรถไฟและ พระราม 2 หน่วยงานรัฐเร่งเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

จากกรณีเกิดเหตุการณ์เครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟ ขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ขณะขบวนรถกำลังแล่นผ่านช่วงระหว่าง สถานีหนองน้ำขุ่น – สถานีสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 และเหตุเครนก่อสร้างขนาดใหญ่ในโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (M-82) เส้นมหาชัย ถนนพระราม 2 พังถล่มทับรถยนต์ของประชาชน เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์ ทรงห่วงใยและทรงเสียพระราชหฤทัย ต่อเหตุการณ์เครนใช้ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ถล่มทับรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี ที่ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ รวมทั้งพระราชทานเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือในการจัดการศพ รายละจำนวน 20,000 บาท แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย

(15 ม.ค. 69) จากทั้ง 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงได้ประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่น่าสลดใจคือ นอกจากมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากแล้ว ยังพบว่าทั้ง 2 โครงการ ถูกดำเนินการโดยผู้รับจ้างรายเดียวกัน ซึ่งผู้รับจ้างรายนี้ ในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีโครงการอื่นอีกที่ยังไม่เป็นข่าว แต่มีโครงการที่สังคมให้ความสนใจ คือเริ่มมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 ที่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม หลังจากนั้นไม่นานก็มีเหตุการณ์โครงสร้างของทางด่วนพระราม 2 ถล่ม เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย จนกระทั่งเกิดอีก 2 เหตุการณ์ล่าสุด การประชุมครั้งนี้ได้หารือถึงการออกมาตรการ แก้กฎหมาย กฎกระทรวง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว โดยเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ สตง. จนถึงขณะนี้ ได้ทราบว่าสัญญายังไม่ได้ถูกยกเลิก และยังไม่มีการปรับสัญญา เพราะการก่อสร้างอาคารยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งหากจะปรับก็ต้องสร้างตึกขึ้นมาใหม่ ทั้งที่สัญญาทุกสัญญามีหลักประกัน มีธนาคารการันตี จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเรียกข้อมูล เพียงแค่ระงับก่อสร้างไว้ก่อน แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ กับผู้รับจ้าง ไม่มีการขึ้นบัญชีดำหรือประกาศเป็นผู้ละทิ้งงาน

โดยในส่วนของกระทรวงคมนาคม มีหลายเหตุการณ์ ทั้งอุโมงค์รถไฟความเร็วสูงรางคู่ถล่ม ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต รวมถึงอีก 2 เหตุการณ์ล่าสุด ผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นผู้ใช้บริการรถไฟ ขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้รับเหมา แม้จะเป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่การรถไฟแห่งประเทศไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ให้บริการเดินรถโดยตรง และมีหน้าที่ต้องรับผิดต่อผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ อยากให้ทุกคนทำความเข้าใจ ความเสียหายครั้งนี้แยกเป็นสองส่วน

1. รัฐในฐานะผู้ให้บริการกับประชาชน ในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนที่ใช้บริการ

2. รัฐต้องเรียกร้องความเสียหาย ดำเนินการใดๆ ก็ตามที่ระบุในสัญญาหรือดำเนินการ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยเกิดขึ้น ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ในอนาคตกับผู้ที่จะมาก่อสร้างโครงการในอนาคตกับรัฐ

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า เพราะรัฐบาลยังคงเป็นรัฐบาล มีความรับผิดชอบเต็มอยู่ ยังคงใช้สิทธิ์ความเป็นหัวหน้ารัฐบาล เมื่อเกิดเหตุแบบนี้ยอมไม่ได้ จึงลงโทษให้หยุดก่อสร้างไป 2 สัปดาห์ แล้วให้มารายงานเพื่อเดินหน้าต่อ ในฐานะรัฐที่เป็นเจ้าของโครงการ อย่าไปกลัวเรื่องของระเบียบ ต้องมีช่องที่จะดำเนินการได้ ซึ่งต้องมีมาตรการที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชน ความพึงพอใจต่อความรู้สึกของคนที่สูญเสีย และสร้างความมั่นใจให้กับคนต่างชาติที่จะมาลงทุนในประเทศไทย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมบอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้างใน 2 สัญญา และดำเนินคดีตามข้อกฎหมายทั้งหมดที่มี ขึ้นบัญชีดำ ซึ่งก็เป็นผลสืบเนื่องจากการบอกเลิกสัญญา และได้รับข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างมากจากทั้งทางฝ่ายกฤษฎีกาและอัยการสูงสุด และจะดำเนินการตามคำแนะนำดังกล่าว
เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ ความปลอดภัยของประชาชนและสร้างความมั่นใจให้กับต่างประเทศที่มีต่อประเทศไทย  ส่วนรายละเอียดของการยกเลิกสัญญาเป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งกระทรวงคมนาคมรับไปดำเนินการต่อไป

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุโครงเหล็กติดตั้งสะพานร่วงบนถนนพระราม 2 โดยนายพิพัฒน์ กล่าวว่า การคืนพื้นผิวการจราจรคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน ขณะที่กรมทางหลวงได้มีคำสั่ง ให้หยุดการก่อสร้างโครงการโครงสร้างลอยฟ้าทุกโครงการของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ที่อยู่ภายใต้การกำกับของกรมทางหลวง พร้อมสั่งตรวจสอบย้อนหลังทุกโครงการ เพื่อหาสาเหตุของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นซ้ำในช่วงเวลาใกล้เคียงกันว่าเกิดจากคน หรือกระบวนการใดกันแน่ ทั้งนี้บริษัทต้องกลับไปตรวจสอบอย่างละเอียด ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาคู่ขนาน โดยจะไม่ยึดถือข้อมูลจากบริษัทผู้รับเหมาเพียงฝ่ายเดียว และจะเชิญผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้ามาประเมินและวิเคราะห์ เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลของบริษัทกับข้อมูลของภาครัฐอย่างเป็นธรรม

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคม ตรวจสอบรายชื่อผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุเครนตกใส่รถไฟสายกรุงเทพฯ – อุบลราชธานี เพื่อให้การดูแลสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนพึงได้รับโดยเร่งด่วนทันที จากการตรวจสอบมีผู้ประกันตนที่เป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานีได้รับบาดเจ็บจำนวน 6 ราย ได้ให้ทางสำนักงานประกันสังคมจังหวัดอุบลราชธานี ประสานไปยังผู้ประกันตนทุกรายให้ทราบถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ โดยในเบื้องต้น ทราบถึงสิทธิประโยชน์ของผู้ได้รับบาดเจ็บจากกรณีอุบัติเหตุเครนตกใส่รถไฟแต่ละคนแล้ว แบ่งตามประเภทมาตราของผู้ประกันตน กรณีผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ/ลูกจ้าง) สามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจนสิ้นสุดการรักษา หากเป็นกรณีฉุกเฉินเข้ารักษาโรงพยาบาลอื่น สามารถเบิกได้ตามระเบียบที่กำหนด ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีแพทย์สั่งให้หยุดพักรักษาตัว จะได้รับเงินทดแทน 50% ของค่าจ้าง (สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) นานสูงสุด 90 วันต่อครั้ง กรณีทุพพลภาพ (หากมี) ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้างตลอดชีวิต และค่าบริการทางการแพทย์ตามเกณฑ์ และกรณีผู้ประกันตน มาตรา 40 (แรงงานนอกระบบ/อาชีพอิสระ) สิทธิประโยชน์ขึ้นอยู่กับ “ทางเลือก” ที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบ (ทางเลือก 1, 2 หรือ 3) โดยสิทธิประโยชน์มีทั้งเงินทดแทนการขาดรายได้ (กรณีป่วย/บาดเจ็บ) นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (IPD): รับเงินชดเชยวันละ 300 บาท ไม่ได้นอนโรงพยาบาลแต่มีใบรับรองแพทย์ให้หยุดพัก (3 วันขึ้นไป) รับเงินชดเชยวันละ 200 บาท ซึ่งเกณฑ์การรับสิทธิขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการส่งเงินสมทบของแต่ละทางเลือก

ส่วนเหตุเครนถล่มที่ถนนพระราม 2 นางสาวตรีนุช เทียนทอง ได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบความเสียหายทันทีพร้อมทั้งให้เจ้าพนักงานตรวจความปลอดภัย และสำนักงานประกันสังคม เข้าเจรจากับทั้งนายจ้างและลูกจ้าง เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือโดยเร่งด่วน ให้ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยในสถานที่ก่อสร้างทั่วกรุงเทพมหานคร ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เครื่องจักรและวัสดุหนัก สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อบรมด้านความปลอดภัย (Safety Training) สำหรับแรงงานในภาคก่อสร้าง และแรงงานในที่สูงให้เป็นไปตามมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยของแรงงาน และเป็นข้อปฏิบัติที่นายจ้างต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด หากพบฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย โดยไม่ละเว้น

ด้าน พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเครนถล่มทับขบวนรถไฟที่จังหวัดนครราชสีมา จากนั้นไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลสีคิ้ว และโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โดยพลตำรวจโท รุทธพล กล่าวว่า ได้แจ้งสิทธิ์ให้ผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับทราบ ส่วนผู้เสียชีวิตในเบื้องต้นจะได้รับเงินชดเชย จำนวนเงิน 200,000 บาท ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมไว้แล้ว จะเยียวยาให้กับญาติผู้เสียชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนผู้บาดเจ็บได้รับรายละไม่เกิน 50,000 บาท ตามที่จ่ายจริง หากมีค่าเสียประโยชน์ก็จะมีการชดเชย ทั้งนี้เงินดังกล่าวเป็นเงินจากพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา ซึ่งถือเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินคนละส่วนกับเงินของสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมกับมอบทางยุติธรรมจังหวัดรับเรื่องเพื่อประสานต่อในกรณีที่ไม่ทราบช่องทางการขอรับเงินชดเชยหรือเงินช่วยเหลือ

นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวง พม. ประสานกับ ทีม พม.ใกล้คุณจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบโดยด่วน ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือตามภารกิจของกระทรวง พม. โดยเทียบเคียงกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเหตุการณ์ อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (หลังใหม่) พังถล่ม อีกทั้งสั่งการให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิต เตรียมลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัว โดยประสานการทำงานกับ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมกันเยียวยาสภาพจิตใจในช่วงวิกฤต 24 ชั่วโมงแรก นอกจากนี้ได้สั่งการให้ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ศทส.) กระทรวง พม. เตรียมข้อมูลกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบในระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลครัวเรือนเปราะบาง สำหรับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าวในเบื้องต้นนั้น ทีม พม.ใกล้คุณจังหวัดนครราชสีมา ได้สนับสนุนรถบริการ รับ-ส่ง ผู้ประสบภัยกลับภูมิลำเนาเดิม จัดทีมนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และเจ้าหน้าที่ พม. เยี่ยมเยียวยาให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ หากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อ พม.ใกล้คุณ ผ่านสายด่วน พม. โทร.1300 ตลอด 24 ชั่วโมง         

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ได้ทำมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบเหตุเครนหล่นทับรถไฟ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้ลูกค้า ดังนี้

กรณีบาดเจ็บสาหัส : ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้กลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิ์เดิมของลูกค้าก่อนเข้าร่วมมาตรการ

กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร: ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี ตลอดอายุสัญญาเงินกู้ เพื่อลดภาระหนี้สินระยะยาวให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสีย

สามารถยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่สาขาธนาคารทั่วประเทศตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000

ข่าวที่เกี่ยวข้อง