นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายมาร์กูลัน ไบมูคัน เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถานประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569ที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าและความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยกับคาซัคสถานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
นางศุภจี กล่าวว่า คาซัคสถานเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจสำหรับไทยเนื่องจากมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง โดยแม้ว่าคาซัคสถานจะเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทางทะเล (Landlocked) แต่ก็สามารถเป็น Land-linked ให้กับไทยได้ โดยจะเป็นประตู หรือเกตเวย์ให้กับสินค้าและบริการจากไทยสู่ตลาดเอเชียกลางซึ่งเป็นตลาดที่มีประชากรกว่า 80 ล้านคน และยังมีระบบโลจิสติกส์ที่สามารถเชื่อมไปสู่ทวีปยุโรปทำให้ขนส่งสินค้าไปได้ในเวลาอันรวดเร็วในขณะที่ไทยเป็นประตูการค้าให้กับคาซัคสถานสู่อาเซียนได้เช่นกัน
ในการหารือกับท่านทูตคาซัคสถาน ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงโอกาสในการเป็นพันธมิตรที่จะส่งเสริมความร่วมมืออย่างรอบด้านระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเป็นห่วงโซ่อุปทานระหว่างกันโดยเฉพาะในสินค้าเกษตรและอาหาร การร่วมมือกันส่งเสริมและพัฒนาทักษะของ SMEs ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าของไทยมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการทำงานร่วมกับคาซัคสถานในเรื่องนี้ได้ นอกจากนี้ คาซัคสถานยังมีทรัพยากรแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์และหลากหลาย อาทิ ทองแดง เหล็ก และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะเป็นวัตถุดิบสำคัญที่จะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรม S-Curve ที่ไทยสนับสนุนได้เป็นอย่างดี
นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า เอกอัครราชทูตฯ ได้เชิญฝ่ายไทยเยือนคาซัคสถานเพื่อร่วมงานแสดงสินค้าอาหาร InterFood Astana 2026 (วันที่ 13-15 พฤษภาคม 2569) และ FoodExpoQazakhstan 2026 (วันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2569) และร่วมหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและการบูรณาการ (Ministry of Trade and Integration) แห่งคาซัคสถาน รวมถึงขอให้ไทยพิจารณาการเปิดสำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในคาซัคสถานเพื่อส่งเสริมสินค้าและบริการของไทยในตลาดคาซัคสถาน
โดยเห็นพ้องกับไทย ให้มีการจัดประชุมคณะคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-คาซัคสถาน ครั้งที่ 1 โดยเร็วเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการค้าและเศรษฐกิจภายใต้ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าที่ทั้งสองฝ่ายมีร่วมกันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และจะเป็นโอกาสในการหารือแนวทางและความเป็นไปได้ในการเจรจาความตกลงการค้าเสรีในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายสนใจร่วมกัน รวมทั้งอาจพิจารณาให้มีการจัดประชุมของภาคเอกชนคู่ขนานไปกับการประชุมคณะกรรมการร่วมฯครั้งที่ 1 ด้วย
นางศุภจี กล่าวเสริมว่า ได้เชิญนักธุรกิจของคาซัคสถาน เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้าที่กระทรวงพาณิชย์จัดในปี 2569 โดยเฉพาะงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับนานาชาติ “Bangkok Gems & Jewelry Fair” (วันที่ 22–26กุมภาพันธ์ และ 8–12 กันยายน) งานแสดงสินค้าที่เกี่ยวกับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการจัดเลี้ยง “THAIFEX–HOREC Asia” (วันที่ 11–13 มีนาคม) งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย “THAIFEX–ANUGA Asia” (วันที่ 26–30 พฤษภาคม) และงานแสดงเทคโนโลยีและบริการด้านการจัดการและขนส่งสินค้า “TILOG Logistix” (วันที่ 19–21 สิงหาคม)
สำหรับปี 2568 (ม.ค.–พ.ย.) การค้ารวมระหว่างไทยกับคาซัคสถาน มีมูลค่า 165.07ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นไทยส่งออก 88.83ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 76.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปคาซัคสถาน เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ แผงสวิทซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ สินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ และอากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ








