นายกฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเครนก่อสร้างถล่มถนนพระราม 2 สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนด่วน 7 วัน ชี้ชัดเกิดจากอุปกรณ์และขั้นตอนทำงาน ไม่ใช่โครงสร้างหลัก พร้อมพิจารณาใช้อำนาจทางปกครอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับรถยนต์ 2 คัน บนถนนพระราม 2 ขาออก บริเวณหน้าโรงแรมปารีส ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 5 คน

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และพลตำรวจตรีธีระเดช อธิภัคกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ได้รายงานสถานการณ์ ณ จุดบัญชาการเหตุการณ์ พร้อมนำเสนอภาพจากกล้องหน้ารถและกล้องวงจรปิดที่บันทึกช่วงเวลาเกิดเหตุไว้ได้

นายกรัฐมนตรีได้สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับช่วงเวลาการเกิดเหตุ สภาพการจราจร ลักษณะการพังถล่ม ตลอดจนแนวทางการช่วยเหลือและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกัน วิศวกรจาก กรมทางหลวง รายงานว่า ได้ร่วมกับ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ใช้อากาศยานไร้คนขับสำรวจพื้นที่และเก็บภาพมุมสูงครบทุกจุด เพื่อนำไปประกอบการวิเคราะห์หาสาเหตุ โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ใช้ระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้สวมหมวกนิรภัยเข้าไปตรวจสอบพื้นที่หน้างานบริเวณจุดเครนถล่ม โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนติดตามเข้าไป เนื่องจากเป็นพื้นที่อันตราย

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบสภาพหน้างานและติดตามการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ส่วนด้านเทคนิค กรมทางหลวงในฐานะเจ้าของโครงการอยู่ระหว่างแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุ โดยขณะนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบจุดเกิดเหตุได้อย่างละเอียด เนื่องจากยังมีซากโครงสร้างจำนวนมาก จำเป็นต้องรื้อถอนออกก่อน

ทั้งนี้ จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าสาเหตุเกิดจากตัว Launcher หรืออุปกรณ์รองรับการก่อสร้างที่ล้มและทรุดตัว ไม่ใช่โครงสร้างคอนกรีตหลักของโครงการ ซึ่งโครงสร้างหลักที่ก่อสร้างแล้วมีความแข็งแรง

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงแนวทางการดำเนินการทางกฎหมาย นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลเห็นว่าเป็นกรณีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณาใช้อำนาจทางปกครองในการบอกเลิกสัญญา โดยแยกเป็นกรณียกเลิกสัญญา และกรณีบอกเลิกสัญญา ซึ่งกรณีนี้เข้าข่ายเป็นภัยต่อสาธารณประโยชน์

การขึ้นบัญชีดำจะเป็นขั้นตอนต่อเนื่อง หากพบการกระทำที่เข้าข่ายทิ้งงานหรือฝ่าฝืนเงื่อนไขสัญญา พร้อมย้ำว่า เหตุลักษณะเดียวกันเกิดซ้ำหลายครั้งในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลจึงต้องดำเนินการอย่างจริงจัง โดยให้ความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง