“ซาบีดา” เปิดนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม เทิดพระเกียรติ “พระพันปีหลวง” เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ยลวิถี “ชุมชนบ้านสะนำ” จ.อุทัยธานี

กระทรวงวัฒนธรรมเดินหน้าสร้างองค์ความรู้ “ชุดไทย” ชุดประจำชาติให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งแก่คนไทย และนานาประเทศ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิดการเสวนาเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม และนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้โครงการส่งเสริมศักยภาพวัฒนธรรมไทยประยุกต์สู่สากล พร้อมด้วย คณะทูตานุทูต ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม คณะที่ปรึกษาโครงการชุดไทยพระราชนิยมและผ้าไทย วัฒนธรรมจังหวัดและผู้แทน เข้าร่วมงาน

นางสาวซาบีดา เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เห็นถึงความสำคัญของการเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้รับทราบอย่างกว้างขวาง ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ พร้อมกันนี้ ยังเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งพระองค์ทรงริเริ่มให้มีการศึกษาค้นคว้าเครื่องแต่งกายสตรีไทยสมัยต่างๆ ในเวลาต่อมา ได้พระราชทาน “ชุดไทย” ให้เป็นชุดประจำชาติ สำหรับสวมใส่ในวาระโอกาสต่างๆ และเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจ ในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในด้านต่างๆ โดยเฉพาะศิลปหัตถกรรมผ้าทอไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการพิจารณาขึ้นทะเบียน “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติ การแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” (Chud Thai : The Knowledge, Craftsmanship and Practices of The Thai National Costume) เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จากองค์การยูเนสโก ซึ่งจะได้รับการพิจารณาในช่วงเดือนธันวาคม 2569

นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดำเนินการโครงการส่งเสริมศักยภาพวัฒนธรรมไทยประยุกต์สู่สากล กิจกรรมการรวบรวมและเผยแพร่องค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรกเพื่อรวบรวม เผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ “ชุดไทยพระราชนิยม” ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้อย่างกว้างขวาง ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการสวมใส่ชุดไทยและผ้าไทยในชีวิตประจำวันและในโอกาสสำคัญต่างๆ รวมถึงสร้างความภาคภูมิใจ ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญ การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ สืบสาน ให้ชุดไทยพระราชนิยมสามารถดำรงอยู่อย่างมีคุณค่าคู่ชาติไทยตลอดไป ที่สำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับการเสนอให้ “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization : UNESCO)

สำหรับโครงการส่งเสริมศักยภาพวัฒนธรรมไทยประยุกต์สู่สากล กิจกรรมการรวบรวมและเผยแพร่องค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม จะเป็นการดำเนินงานในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้

1. จัดทำสื่อองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม โดยจัดทำต้นฉบับหนังสือ วีดิทัศน์ แผ่นพับ รวบรวมองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

2. จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การถ่ายทอดทักษะและองค์ความรู้ในการตัดเย็บและการตกแต่งประดับลวดลายชุดไทยพระราชนิยม จำนวน 2 ครั้ง ซึ่งได้จัดเสร็จสิ้นไปแล้ว โดยครั้งที่ 1 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2568  ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กรุงเทพมหานคร และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 15 – 17 ธันวาคม 2568 ณ จังหวัดอุดรธานี

3. จัดงานเสวนาเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยมและการจัดนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำนวน 2 ครั้ง คือครั้งนี้ และครั้งที่ 2 ในวันที่ 23 มกราคม 2569 ณ จังหวัดขอนแก่น

4. การจัดกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชุดไทยพระราชนิยมอย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การแสดงแฟชั่นโชว์ เดินแบบชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ มรดกแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเสื้อพระราชทาน 3 แบบสำหรับสุภาพบุรุษ

การเสวนาเรื่อง ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ มรดกแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยผู้ทรงคุณวุฒิและเชี่ยวชาญเรื่องชุดไทยพระราชนิยม และชมนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งยังจัดไปจนถึงวันที่ 20 มกราคม 2569 ณ Thara Hall ชั้น M ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร การเสวนาเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยมและนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมเทิดพระเกียรติฯ ในครั้งนี้ จะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุน ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา นักออกแบบตัดเย็บชุดไทย ผู้ผลิตชุดไทย ผู้ประกอบการผ้าไทย ผู้ให้เช่าชุดไทย และประชาชนผู้สนใจ ได้รับทราบ รับรู้องค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ที่เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ ซึ่งถือเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ สามารถนำมาสร้างรายได้และมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศต่อไป

นอกจากนี้กระทรวงวัฒนธรรมยังส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชน โดยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิดกิจกรรมสร้างการรับรู้เส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชนของสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ชุมชนบ้านสะนำ จังหวัดอุทัยธานี เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวลาวเวียงและลาวครั่ง ณ ตลาดต้นไม้ยักษ์ ชุมชนบ้านสะนำ ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี

กิจกรรมภายในงานเริ่มต้นขึ้นอย่างประทับใจด้วยการแสดง “รำเดินเพลงเสียงจากสาวลาว” ต้อนรับคณะผู้มาเยือน ต่อด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจากเยาวชนโรงเรียนวัดสะนำในชุด “รำมวยโบราณ” และการละเล่นที่หาชมได้ยากอย่าง “รำนางด้ง” จากชมรมผู้สูงอายุตำบลบ้านไร่ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่พิธีเปิด ซึ่งประธานได้หมุนวงล้อจำลองการ “โล้ต้นหมาก” อันเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านสะนำในการเก็บหมาก จากนั้นนางสาวซาบีดา ได้เยี่ยมชมการสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาทิ กระบวนการทอผ้าลายโบราณ การทำผลิตภัณฑ์จากกาบหมากที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และชมผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) ที่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ของคนในพื้นที่ รวมถึงเยี่ยมชมผ้าทอลาวครั่งและผลิตภัณฑ์ผ้าทอจากผู้ประกอบการด้านผ้าทอในอำเภอบ้านไร่ และให้กำลังใจผู้ประกอบการในบริเวณตลาดชุมชนบ้านไร่ อย่างอบอุ่น

นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบาย “วัฒนธรรมนำไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” โดยผลักดันให้พลังทางวัฒนธรรมกลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรร สร้างสรรค์ นโยบาย UNSEEN “ไท ไทย” ภายใต้แนวคิด “สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” ผลักดันโครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เพื่อค้นหาชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ ซึ่งชุมชนบ้านสะนำ ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี ประจำปี 2568 เนื่องจากมีความเข้มแข็งในการอนุรักษ์และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าทางสังคม เพื่อให้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่จะสร้างงานและกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ซึ่ง “ชุมชนบ้านสะนำ” ไม่ได้เป็นเพียงหมู่บ้านท่องเที่ยวทั่วไป แต่คือ “เพชรเม็ดงาม” แห่งจังหวัดอุทัยธานีที่ทุกคนต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต ชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งรวมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยมี “ต้นไม้ยักษ์” หรือต้นเซียง อายุกว่า 400 ปี ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งต้องใช้คนถึง 40 คนโอบ ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่าหมากล้านต้นอันร่มรื่น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวลาวครั่งที่ยังคงแต่งกายด้วยผ้าทอมือลายโบราณอันวิจิตร ลิ้มรสสำรับอาหารพื้นถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ อาทิ แจ่วผีโพง ยำผักกูด และหมกหน่อไม้รสมือแม่

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ใกล้เคียงที่น่าสนใจ เช่น วัดเขาวง (ถ้ำเขาวง) สถาปัตยกรรมเรือนไทยท่ามกลางขุนเขา ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ และถ้ำพุหวายที่สุดของหินงอกหินย้อย ด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผสมผสานกับทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และรอยยิ้มที่จริงใจของคนในชุมชนบ้านสะนำจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ต้องการค้นหาความสงบและต้องการเรียนรู้วัฒนธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง