“ท่องเที่ยวและกีฬา” พร้อมรองรับนักท่องเที่ยว มหกรรมท่องเที่ยวและกีฬาระดับโลก ส่งเสริม Unseen กระจายรายได้สู่ชุมชน ร่วมเชียร์นักกีฬาไทย อาเซียนพาราเกมส์ 20–26 ม.ค. 69 จ.นครราชสีมา

การท่องเที่ยวถือเป็นรายได้สำคัญอีกรายได้หนึ่งของประเทศ ในแต่ละปีจึงมีการวางกลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ ให้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ประชุมกำหนดทิศทางการดำเนินงานปี 2569 ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด (ทกจ.) ในกลุ่มอันดามัน เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและวางแผนขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและกีฬา ที่จังหวัดภูเก็ต โดยเน้นย้ำให้การท่องเที่ยวเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่ ภายใต้ยุทธศาสตร์การยกระดับสู่ “ความยั่งยืน” และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันกลยุทธ์ “การขายพ่วง” (Business Matching) เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกันเป็นกลุ่มจังหวัด เช่น เส้นทางภูเก็ต-กระบี่-พังงา และ สตูล-ตรัง-ระนอง นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งทางบกและทางน้ำ โดยการพัฒนาบุคลากรเฉพาะทาง อาทิ ไลฟ์การ์ดและมัคคุเทศก์ รวมถึงการใช้กิจกรรมกีฬาระดับสากล เช่น งานวิ่งเทรลและเทศกาลดนตรี เป็นเครื่องมือดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสูงให้เข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมบูรณาการงบประมาณร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาศักยภาพจังหวัดเมืองรองให้มีจุดขายที่โดดเด่นและชัดเจน อาทิ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ในจังหวัดระนองและพังงา และการต่อยอดอัตลักษณ์อาหารท้องถิ่นในจังหวัดตรัง เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง สร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากตามโมเดลธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน เสริมสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในภูมิภาค

สำหรับบุคลากรประจำศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และศูนย์ประสานงานช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC: Tourist Assistance Center) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดให้มีการเสริมทักษะ เพิ่มความรู้ เพื่อรองรับการดูแลนักท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ ผ่านหลักสูตร “การพัฒนาความรู้และทักษะบุคลากรเพื่อรองรับมหกรรมท่องเที่ยวและกีฬานานาชาติ” ที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อยกระดับทักษะ ความรู้ และเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ TAC จาก 20 จังหวัดภาคตะวันออก เฉียงเหนือ เพิ่มประสิทธิภาพและความเป็นมืออาชีพในการดูแลนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

เจ้าหน้าที่ TAC เป็นบุคลากรด่านหน้าที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทย ช่วยสร้างความประทับใจและสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ TAC ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจ ปฏิบัติงานด้วย มิตรไมตรีจิตและความเป็นเจ้าบ้านที่ดี ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักระหว่างหน่วยงาน เข้าใจภาษาต่างประเทศและวัฒนธรรมสากล เทคโนโลยี AI และนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว การสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการสื่อสารแบบบูรณาการ ระเบียบการเข้าเมืองและระบบคัดกรองนักท่องเที่ยว เป็นต้น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานของศูนย์ TAC ทุกจังหวัด เพื่อให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวมีความสะดวกและปลอดภัย นำไปสู่การกลับมาเยือน (Revisit) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในระดับท้องถิ่นและประเทศอย่างยั่งยืน ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลกอีกทั้งจะมีการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก 2569 (Udon Thani International Horticultural Expo 2026)
ที่จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570

นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังเดินหน้าส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยว Unseen ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น “บ้านแหลม โฮมสเตย์” อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community-Based Tourism) มุ่งเน้นการดึงอัตลักษณ์วิถีชีวิตท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ได้สัมผัสเสน่ห์ของชุมชนผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ซึ่งบริหารจัดการโดยคนในชุมชนเอง อาทิ การล่องเรือชมระบบนิเวศป่าชายเลน กิจกรรมไฮไลต์อย่างการ “พอกโคลนทะเล” เพื่อสุขภาพ และลิ้มรสอาหารเมนูพิเศษ “ข้าวคลุกโคลน” ที่ทำมาจากดีปลาหมึก ให้เข้ากับบรรยากาศ

บ้านแหลม โฮมสเตย์ ถือเป็นโมเดลความสำเร็จของการท่องเที่ยวที่ชุมชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง จุดเด่นคือการนำวิถีชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการประมงหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น มาเปลี่ยนเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่จับต้องได้ ซึ่งนอกจากจะสร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนแล้ว ยังสร้างรายได้เสริมที่มั่นคง ยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้านให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมสนับสนุนและผลักดันให้บ้านแหลม เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่โหยหาธรรมชาติและการเรียนรู้วัฒนธรรม เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ยังมี อ่าวเตล็ด อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้สัมผัสความงามของท้องทะเลอ่าวไทย แวะชมจุดตำนานบ่อน้ำจืดกลางทะเล พร้อมฟังเรื่องเล่าขาน ตามรอยหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ชมเขาหินพับผ้า (Pancake Rock) ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ชั้นหินเรียงซ้อนเป็นระเบียบคล้ายผ้าพับ ตั้งตระหง่านกลางทะเลอย่างแปลกตา พร้อมชม “โลมาสีชมพู” สัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ของทะเลขนอม แวะชมสวนตาสรรค์ แหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่มีสปาปลาธรรมชาติ (Fish Spa) ให้ฝูงปลาตอดบำบัดความเมื่อยล้าท่ามกลางลำธารใสสะอาด อำเภอขนอม ถือเป็นเพชรเม็ดงามของนครศรีธรรมราช ที่มีทรัพยากรธรรมชาติหาชมยาก ทั้งเขาหินพับผ้าที่มีลักษณะพิเศษทางธรณีวิทยา และโลมาสีชมพูที่สะท้อนถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ มีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการผจญภัยทางทะเลและการพักผ่อนเชิงสุขภาพ ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ๆ และกระจายรายได้สู่ชุมชนได้อย่างทั่วถึง

อีกทั้ง นิวยอร์ก ไทมส์ ได้เปิดเผยรายงาน “52 Places to Go in 2026” จัดอันดับให้ กรุงเทพมหานคร ครองอันดับ 3 เมืองน่าไปที่สุดของโลก และเป็น อันดับ 1 ในเอเชียและอาเซียน โดยนิยามกรุงเทพมหานคร ว่าเป็น “มหานครอันวุ่นวายที่กำลังก้าวสู่อนาคตสีเขียวอย่างจริงจัง” ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนการพัฒนาเมืองใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.การเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง เพิ่มคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม 2. ศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรม ที่มีชีวิตชีวาและร่วมสมัย 3. นวัตกรรมการเดินทางด้วยระบบจัดการจราจร AI พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทั่วเมือง ถือเป็นเครื่องยืนยันว่า ทิศทางการพัฒนาเมืองของกรุงเทพมหานครได้รับการยอมรับในระดับสากล และยังคงเดินหน้าสู่การเป็นเมืองที่เป็นมิตร ปลอดภัย และน่าอยู่สำหรับทุกคนอย่างยั่งยืน

สำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569 ที่จังหวัดนครราชสีมา มีการชิงชัย 493 เหรียญทอง จาก 19 ชนิดกีฬา และ 2 กีฬาสาธิต การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ภายใต้ความร่วมมือกับ สหพันธ์กีฬาคนพิการแห่งอาเซียน (ASEAN Para Sports Federation: APSF) และจังหวัดนครราชสีมา เปิดตัว ศูนย์ประสานงานสื่อมวลชน กีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 (Main Press Center ASEAN Para Games 2025) ณ อาคารศูนย์ประชุม สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 จังหวัดนครราชสีมา

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ศูนย์ประสานงานฯ เป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการข้อมูลการแข่งขันอย่างเป็นระบบ เชื่อมข้อมูล และผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ เพื่อสนับสนุนการทำงานของสื่อมวลชนให้สามารถรายงานข่าวได้รวดเร็ว แม่นยำ และได้มาตรฐานสากล สร้างการรับรู้ กระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชน และเยาวชนไทย สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการจัดการแข่งขัน ขณะเดียวกัน ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานสื่อมวลชนประจำสนามแข่งขัน (Sub Press Center: SPC) จำนวน 8 แห่ง ครอบคลุมทุกชนิดกีฬา

นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมามีความพร้อมอย่างสมบูรณ์
ในการจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 โดยจัดการแข่งขันกีฬาทั้งสิ้น 19 ชนิดกีฬา ครอบคลุม 20 สนามแข่งขัน
ซึ่งทุกสนามมีการเตรียมความพร้อมตามมาตรฐานการแข่งขัน ทั้งด้านสถานที่ อุปกรณ์ และการอำนวยความสะดวก

ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เชิญชวนชาวไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความภาคภูมิใจ และส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 “เชียร์ไทยสุดใจ คว้าชัยไปด้วยกัน” ผู้ที่สนใจเข้าชมการแข่งขัน สามารถลงทะเบียนจองบัตรล่วงหน้าได้แล้ว ผ่าน 2 ช่องทางหลัก ที่เว็บไซต์: https://aseanparagamesticket.com และ LINE Official: @paragames

ข่าวที่เกี่ยวข้อง