นายวิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์สิ่งแวดล้อม ปี 2568 ว่า ปีที่ผ่านมานับเป็นปีที่ประเทศไทยและโลกเผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อมรุนแรงและซับซ้อน จนกลายเป็นความเสี่ยงใกล้ตัวที่กระทบโดยตรงต่อสุขภาพ รายได้และทรัพย์สินของประชาชน โดยวิกฤตหลักในปี 2568 มี 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากการสะสมก๊าซเรือนกระจก ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ส่งผลให้ไทยเผชิญน้ำท่วมและภัยแล้งรุนแรงสลับกัน วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพ จากการรุกรานของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่กระทบระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหาร และวิกฤตมลพิษ ทั้งฝุ่น PM2.5 หมอกควันข้ามพรมแดน ปัญหาขยะจำนวนมาก และไมโครพลาสติกในห่วงโซ่อาหาร
ขณะเดียวกัน สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้ทำการสำรวจ “เสียงคนไทย 2568: วิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ต้องเร่งแก้!”จากประชาชนกว่า 1,000 คนทั่วประเทศ พบว่าร้อยละ 88 ได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับปานกลางถึงรุนแรง โดยปัญหาที่ประชาชนกังวลมากที่สุดคือ มลพิษทางอากาศ (PM2.5) ร้อยละ 42 รองลงมาคือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร้อยละ 22 และปัญหาขยะและของเสียร้อยละ 15
ผลสำรวจยังสะท้อนความคาดหวัง ให้ภาครัฐเร่งผลักดันนโยบายสิ่งแวดล้อมสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การออกกฎหมายอากาศสะอาด การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดการขยะครบวงจรแบบ Zero Waste
นายวิจารย์ ย้ำด้วยว่า สถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปี 2568 เป็นสัญญาณชัดเจนว่า สิ่งแวดล้อมคือ “โครงสร้างพื้นฐานของอนาคตประเทศ”ที่ต้องยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจ สุขภาพและความมั่นคงของสังคม ที่พร้อมจะกำหนดทิศทางคุณภาพชีวิตและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาวด้วย








