นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายใน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในทุกมิติ ไม่เพียงดูแลเสถียรภาพด้านปริมาณและราคา แต่ยังมุ่งยกระดับตลาดข้าวไทยจากการแข่งขันเชิงปริมาณ สู่การแข่งขันด้านคุณภาพ มูลค่า และอัตลักษณ์สินค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดพรีเมียมทั้งในและต่างประเทศ โดยได้จัดโครงการพัฒนาศักยภาพ สร้างรายได้ และเพิ่มมูลค่าทางการตลาดสินค้าเกษตร ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อเสริมสร้างทักษะใหม่ (Upskill) และพัฒนาต่อยอดทักษะ (Reskill) ให้แก่กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการพัฒนาสินค้าเกษตรโดยเฉพาะสินค้าข้าว ให้ตรงกับความต้องการของตลาด และสามารถเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาสทางการค้า
การอบรมจะมีการ Upskill ด้านการผลิตข้าวคุณภาพและการพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูง จากการถ่ายทอดแนวคิดการพัฒนา “ข้าวประณีต” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรปรับกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มุ่งผลิตข้าวคุณภาพสูง รองรับตลาดพรีเมียม และยกระดับภาพลักษณ์ข้าวไทยให้มีมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน และ Reskill ด้านการตลาดดิจิทัล ซึ่งเนื้อหากลยุทธ์การขายผ่าน TikTok และ Facebook เทคนิคการสร้างคอนเทนต์และการเล่าเรื่องสินค้าเกษตรผ่านคลิปสั้น รวมถึง Workshop การขายจริง เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ทันทีทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง และสร้างโอกาสต่อรองทางการตลาดให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น กรมการค้าภายใน มุ่งพัฒนาเกษตรกรให้ก้าวทันตลาด ไม่ใช่เพียงผลิตข้าวได้ แต่ต้องรู้จักสร้างคุณค่าให้กับผลผลิตของตนเอง ผ่านการยกระดับทักษะ การพัฒนาคุณภาพข้าวและการถ่ายทอดเรื่องราวจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภค เพื่อให้ข้าวไทยสามารถเข้าสู่ตลาด มูลค่าสูง และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรในระยะยาว
การอบรมตั้งเป้าจัดจำนวน 20 ครั้งทั่วประเทศ รุ่นละไม่น้อยกว่า 50 คน ใช้ระยะเวลา 2 วัน ปัจจุบัน กรมการค้าภายในได้จัดอบรมแล้ว 4 รุ่น มีเกษตรกรและสหกรณ์เข้าร่วมรวม 313 ราย และมีแผนจัดอบรมครั้งถัดไปที่ จังหวัดนครราชสีมา ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กองส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตร 2 กรมการค้าภายใน DIT โทร. 02-507-6183
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ส่งเสริมและผลักดันการจัดจำหน่ายสินค้าไทยในต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เดินทางเยือนเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เพื่อกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ HKTVmall แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของฮ่องกง ในการผลักดันการจำหน่ายสินค้าไทยผ่านรูปแบบ Live Commerce ร่วมกับ Influencer ชื่อดัง เพื่อยกระดับการส่งออกสินค้าไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถเข้าถึงตลาดฮ่องกงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
นางสุภาพร สุขมาก รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับ HKTVmall เตรียมความพร้อมสำหรับการจัดงาน “Thai Fair 2026” โดยเสนอแนวทางการใช้ Live Commerce ควบคู่กับ Influencer เพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบ “Shoppertainment” ซึ่งเป็นจุดแข็งของแพลตฟอร์ม และร่วมไลฟ์ขายสินค้าไทยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคชาวฮ่องกง
ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ได้แก่
1. ส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าไทยผ่านช่องทางออนไลน์ และผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยสามารถนำสินค้าเข้าสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของฮ่องกงได้โดยตรงและรวดเร็ว
2. สร้างการรับรู้ในวงกว้าง เสริมสร้างภาพลักษณ์และการจดจำสินค้าไทยคุณภาพสูงในหมู่ผู้บริโภคชาวฮ่องกง
3. เร่งสร้างยอดขายและรายได้เข้าสู่ประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง
โดยตั้งเป้าให้สินค้าไทยก้าวขึ้นเป็น “Top of Mind” ของผู้บริโภคฮ่องกง พร้อมขยายช่องทางการจำหน่าย ผ่านระบบ O2O (Online to Offline) ของ HKTVmall และผนึกกำลังกับกลุ่ม Dah Chong Hong (DCH) เพื่อขยายเครือข่ายกระจายสินค้าไทยสู่ตลาด Greater China ต่อไป
นอกจากนี้ ยังได้หารือกับบริษัท DCH Macau Food Supply ในเครือ Dah Chong Hong (DCH) เพื่อกำหนดแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการไทยรายใหม่ โดยใช้จุดแข็งด้านเครือข่ายโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมกว่า 30 มณฑลในจีน และความเชี่ยวชาญด้านระบบห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) เพื่อรองรับการขยายตัวของสินค้าอาหารสดและสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทย พร้อมทั้งยกระดับร้าน TOPTHAI และส่งเสริมการบริโภคอาหารไทยในต่างประเทศ อีกทั้ง ยังได้หารือแนวทางความร่วมมือระหว่างร้าน TOPTHAI กับ HKTVmall เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าไทยคุณภาพสู่ตลาดศักยภาพทั่วโลก ควบคู่กับการส่งเสริมภาพลักษณ์อาหารไทย โดยได้มอบตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ให้แก่ร้าน NAAM Thai Restaurant และร้าน Saffron เพื่อยืนยันมาตรฐานอาหารไทยแท้และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค
สำหรับความร่วมมือกับ HKTVmall ในรูปแบบ Live Commerce ผ่าน Influencer จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถคว้าโอกาสทางการตลาดได้อย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มยอดขายในระยะสั้น แต่ยังมุ่งสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในสินค้าไทย เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ประเทศในระยะยาว
ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เว็บไซต์ www.ditp.go.th หรือสายด่วน 1169 และสำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นผู้ขาย หรือติดตามข้อมูลการค้าและคำสั่งซื้อจากทั่วโลก สามารถเข้าใช้งานแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ THAITRADE.COM








