นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากรายงานเหตุการณ์ฉุกเฉิน (DCIR) กรณีอุบัติเหตุเครนหล่นทับขบวนรถไฟ กรมสุขภาพจิตได้เร่งบูรณาการการปฏิบัติการดูแลเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 14–19 มกราคม 2569 โดยจัดส่งทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ และศูนย์สุขภาพจิตที่ 9 รวมจำนวน 18 คน ลงพื้นที่ให้บริการใน 2 จุด ได้แก่ ตึกผู้ป่วยในและศูนย์ประสานงานญาติ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อให้การปฐมพยาบาลทางใจ ประเมินภาวะสุขภาพจิตเบื้องต้นด้วยแบบประเมินความเครียด (ST-5) และประเมินความเสี่ยงต่อการซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าว ถือเป็นภาวะวิกฤตที่มีความยุ่งยากและซับซ้อน เนื่องจากต้องดำเนินการขนย้ายผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน ควบคู่กับการพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตบางราย ท่ามกลางข้อจำกัดด้านเวลา สภาพพื้นที่และภาวะความโศกเศร้า วิตกกังวลของผู้ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ทีม MCATT ของโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ ศูนย์สุขภาพจิตที่ 9 ร่วมกับทีมเครือข่ายในพื้นที่ ได้มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อดูแลสภาพจิตใจของผู้รอดชีวิต ญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบทุกรายอย่างเต็มที่ โดยได้มอบนโยบายให้มีการติดตามผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง แบ่งการดูแลตามระดับความรุนแรงเป็นกลุ่ม A B C และ D พร้อมทั้งติดตามผลการประเมินสุขภาพจิตเมื่อผู้ได้รับผลกระทบกลับสู่ภูมิลำเนาโดยหน่วย MCATT ในพื้นที่นั้นๆ เพื่อให้การดูแลเยียวยาด้านจิตใจเป็นไปอย่างครอบคลุมและต่อเนื่องในระยะยาว
นายแพทย์จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการดูแลญาติผู้เสียชีวิต ทีม MCATT โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ให้การสนับสนุนด้านจิตใจควบคู่กับการประสานงานที่เกี่ยวข้อง จนสามารถระบุตัวตนและรับร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาได้แล้วจำนวน 30 ราย พร้อมทั้งรวบรวมรายชื่อและสรุปสถานการณ์สุขภาพจิตของญาติผู้เสียชีวิตทั้งหมดจำนวน 39 คน ตามเอกสารประกอบรายงาน และปิดจุดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา
ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิต ยังได้ดำเนินการรวบรวมรายชื่อและที่อยู่ของผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด เพื่อส่งต่อให้ทีม MCATT ในพื้นที่ต่างๆ ติดตามดูแลและเยียวยาจิตใจติดตามอย่างต่อเนื่องในระยะยาว 12 เดือน โดยสรุปผลการเยียวยาจิตใจ แบ่งผู้ได้รับผลกระทบเป็นกลุ่ม A ได้แก่ ญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บหนัก จำนวน 43 คน กลุ่ม B ได้แก่ ญาติผู้บาดเจ็บและผู้เห็นเหตุการณ์ จำนวน 150 คน








