สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างเข้มข้น โดยมุ่งยกระดับประสิทธิภาพการกวาดล้างขบวนการสแกมเมอร์ในเชิงลึก ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
พลตำรวจเอกธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ว่า ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ พิจารณารวมคดีความผิดทุกประเภทที่มีผู้กระทำความผิดรายเดียวกัน เพื่อดำเนินการสืบสวนและจับกุมในภาพรวม หากพบว่าคดีเกิดขึ้นในพื้นที่ใด ให้ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและเปิดปฏิบัติการร่วมกันอย่างเป็นระบบ
พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับให้ติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา หลังพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มสแกมเมอร์ที่ย้ายฐานการกระทำความผิดไปยังพื้นที่อื่น โดยให้ตำรวจไซเบอร์รวบรวมข้อมูลสถิติ วิเคราะห์แนวโน้มและพื้นที่เป้าหมายใหม่ เพื่อปรับวิธีการรับมือให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงกรณีตรวจพบหรือรับตัวชาวไทยที่เดินทางกลับจากประเทศเพื่อนบ้าน และมีความเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินการออกหมายจับหรือแจ้งข้อกล่าวหาโดยเร็ว เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย
ด้าน พลตำรวจโทจิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สถิติในปี 2568 พบคดีอาชญากรรมออนไลน์รวม 379,869 คดี ขณะที่ในปี 2569 มีคดีใหม่เกิดขึ้นมากกว่า 1,000 คดีต่อวัน ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์จึงตั้งเป้าลดจำนวนคดีให้เหลือประมาณ 800 คดีต่อวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคดีและการต่อสู้กับขบวนการสแกมเมอร์ โดยได้กำชับทุกหน่วยให้เดินหน้าสืบสวน ป้องกัน และปราบปรามอย่างจริงจังและต่อเนื่อง พร้อมยกระดับการปราบปรามในเชิงลึกอย่างเป็นรูปธรรม








