กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดินหน้ายกระดับปราบนอมินี–บัญชีม้า ปี 2569 ใช้เทคโนโลยีคัดกรองเชิงลึก พร้อมตรวจเข้มต่างชาติรุกถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้ายกระดับมาตรการเชิงรุกในการปราบปรามนอมินีและบัญชีม้าในปี 2569 โดยนำเทคโนโลยีมาใช้คัดกรองนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบเชิงลึกและพุ่งเป้าได้แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมเร่งตรวจเข้มกรณีต่างชาติรุกเข้ามาถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การดำเนินงานในปีนี้ต่อเนื่องจากปี 2568 ตามนโยบายรัฐบาล โดยคณะทำงานทุกชุดยังคงเดินหน้าตรวจสอบและปราบปรามนอมินี–บัญชีม้าอย่างเข้มข้น ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันการจดทะเบียน การวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ การตรวจสอบบัญชีและงบการเงิน ตลอดจนด้านกฎหมาย ร่วมกับ 17 หน่วยงานหลัก มุ่งตรวจนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง 6 กลุ่ม เป้าหมายรวม 46,918 ราย ได้แก่ 1) ท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง 2) ค้าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ 3) e-Commerce ขนส่งและคลังสินค้า 4) โรงแรมและรีสอร์ท 5) ธุรกิจเกี่ยวเนื่องการเกษตร และ 6) ก่อสร้างทั่วไป

นอกจากนี้ ยังมีกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย ทำงานผ่านคณะกรรมการและอนุกรรมการ 4 ด้าน ได้แก่ การวิเคราะห์ข้อมูล การป้องกันการจดทะเบียน การตรวจสอบบัญชีและงบการเงิน และด้านกฎหมาย ลงพื้นที่ตรวจสอบใน 12 พื้นที่สำคัญ อาทิ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ชลบุรี เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี และกระบี่ พบผู้เข้าข่ายกระทำผิดและส่งเรื่องให้ บก.ปอศ. ดำเนินคดี 11 ราย พร้อมส่งข้อมูลนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงให้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตรวจสอบเส้นทางการเงิน 357 ราย และส่งต่อให้ กรมสรรพากร ดำเนินการ 3,634 ราย รวมทั้งออก 5 มาตรการจดทะเบียนใหม่ เพื่อป้องกันการจดทะเบียนนิติบุคคลไปใช้เปิดบัญชีม้า และป้องกันนอมินีคนไทยสนับสนุนการกระทำผิดของต่างชาติ

สำหรับปี 2569 กรมฯ ยังคงบังคับใช้มาตรการเข้ม “4 คำสั่ง 2 ประกาศ” ตั้งแต่ขั้นตอนจดทะเบียน เชื่อมโยงข้อมูลผู้ถือหุ้น งบการเงิน และบุคคลเสี่ยงสูง ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 พร้อมร่วมกับสภาวิชาชีพบัญชี กำหนดแนวทาง “ไม่รับจดทะเบียน ไม่รับทำบัญชี ไม่สนับสนุนทุนเทา” โดยอาศัยผู้ทำบัญชีกว่า 80,000 รายร่วมมือกัน ปัจจุบันมีนิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติลงทุนต่ำกว่า 50% ประมาณ 120,000 ราย จากทั้งหมดกว่า 970,000 ราย เตรียมนำเทคโนโลยีคัดกรองเหลือเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เพื่อตรวจสอบเชิงลึก รวมถึงตรวจกลุ่มเสี่ยงนอมินี–บัญชีม้า และกลุ่มบุคคลเสี่ยงสูงด้านฟอกเงินหรือสนับสนุนการก่อการร้าย (บัญชี HR03) ซึ่งมีประมาณ 4,554 ราย

ประเด็นสำคัญที่ดำเนินการอย่างจริงจังคือ การตรวจสอบการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ของต่างชาติ ซึ่งกฎหมายที่ดินและพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวห้ามถือครองหรือประกอบธุรกิจค้าที่ดิน โดยพุ่งเป้านิติบุคคลที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทนประมาณ 21,459 ราย ครอบคลุมทั้งกลุ่ม FDI กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การครอบครองเพื่อการเกษตร และเพื่ออยู่อาศัย เน้นพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยผู้กระทำผิดมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000–1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีโทษตามกฎหมายที่ดินเพิ่มเติม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง