การส่งออกไทยปี 2568 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่าทะลุ 11 ล้านล้านบาท ขยายตัว 12.9% สูงสุดในรอบ 4 ปี

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกของไทยในปี 2568 มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 339,635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 12.9 สูงสุดในรอบ 4 ปี ส่งผลให้รายได้จากการส่งออกคิดเป็นเงินบาททะลุ 11 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน

สำหรับสถานการณ์การส่งออกในเดือนธันวาคม 2568 พบว่า ไทยมีมูลค่าการส่งออก 28,928 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 16.8 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัวร้อยละ 20.3 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ตามการเติบโตของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า จากการอัปเกรดเทคโนโลยีทั่วโลก

สินค้าส่งออกที่ขยายตัวโดดเด่น ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 51.6 เครื่องโทรศัพท์และอุปกรณ์ ขยายตัวร้อยละ 102.6 แผงสวิตช์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า ขยายตัวร้อยละ 33.2 ขณะที่รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ กลับมาขยายตัวร้อยละ 5.0 นอกจากนี้ ทองคำไม่ขึ้นรูป ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 148.4 จากการกระจายความเสี่ยงการลงทุนท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์

ด้านสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวร้อยละ 6.8 ส่วนสินค้าเกษตรกลับมาขยายตัวในรอบ 5 เดือน ที่ร้อยละ 2.8 ขณะที่ตลาดส่งออกสำคัญของไทยขยายตัวเกือบทุกตลาด โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ขยายตัวร้อยละ 54.3 สหภาพยุโรป ขยายตัวร้อยละ 17.2 จีน ขยายตัวร้อยละ 4.4 และญี่ปุ่น ขยายตัวร้อยละ 8.6

แนวโน้มการส่งออกในปี 2569 คาดว่าจะชะลอตัวลงจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา ทั้งมาตรการเดิมและมาตรการใหม่ รวมถึงผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า โดยเฉพาะต่อสินค้าเกษตร ประเมินว่าการส่งออกทั้งปี 2569 จะขยายตัวในกรอบติดลบร้อยละ 3.1 ถึงบวกร้อยละ 1.1 โดยค่ากลางคาดว่าจะติดลบร้อยละ 1 ทั้งนี้ ยังมีโอกาสขยายตัวได้หากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย และการลงทุนในประเทศเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่การนำเข้าในเดือนธันวาคม 2568 มีมูลค่า 29,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 18.8 ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 352 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนภาพรวมทั้งปี 2568 ไทยมีมูลค่านำเข้ารวม 344,943 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 12.9 ทำให้ขาดดุลการค้ารวม 5,307 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สาเหตุหลักมาจากการเร่งนำเข้าวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป แผงวงจรไฟฟ้า ทองคำ สินค้าทุน และสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคการผลิตและการส่งออก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง