นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยผลการลาดตระเวนเชิงคุณภาพของเจ้าหน้าที่ ระหว่างวันที่ 12–21 มกราคม 2568 ซึ่งสามารถเก็บกู้ข้อมูลจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera trap) และสำรวจพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่าหายากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การปฏิบัติงานครั้งนี้เป็นการลาดตระเวนเชิงลึก ครอบคลุมพื้นที่ชายแดนและพื้นที่เสี่ยง โดยมุ่งเก็บข้อมูลจากกล้องดักถ่ายที่ติดตั้งตั้งแต่กลางปี 2568 บริเวณด่านสัตว์ป่าตามลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี เพื่อติดตามพฤติกรรมและเส้นทางการเคลื่อนย้ายของสัตว์ป่า รวมถึงสำรวจจุดใช้ประโยชน์ของสัตว์ป่าหายาก โดยเฉพาะจระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทย ซึ่งเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบร่องรอยการบุกรุกป่าและการลักลอบล่าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย พร้อมประเมินสภาพพื้นที่อนุรักษ์ และวางแผนจุดติดตั้งกล้องดักถ่ายเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง
ภารกิจดังกล่าวใช้เวลารวม 10 วัน ระยะทางประมาณ 95 กิโลเมตร แบ่งเป็นการเดินเท้าในพื้นที่ทุรกันดาร 60 กิโลเมตร และการล่องเรือยางตามแม่น้ำเพชรบุรี 35 กิโลเมตร ครอบคลุมเส้นทางเขาสูงชัน ป่าดงดิบ และลำธารหลายสาย รวมถึงพื้นที่ยอด 1,500 ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงของระบบนิเวศป่าข้ามพรมแดนไทย–เมียนมา
จากการตรวจสอบข้อมูลในกล้อง Camera trap พบภาพเสือโคร่งเพศผู้ รหัส KKT02M ชื่อ “ณเดช” ยืนยันการใช้พื้นที่บริเวณลุ่มน้ำเพชรบุรีเป็นแหล่งอาหารและเส้นทางสัญจร ข้อมูลรหัสประจำตัวเสือโคร่งช่วยให้นักอนุรักษ์วิเคราะห์ประชากร พฤติกรรม และการกระจายตัวได้อย่างแม่นยำ
ขณะเดียวกัน ยังบันทึกภาพพื้นที่ซับชุมเห็ด ซึ่งพบการใช้ประโยชน์ของจระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทย สะท้อนบทบาทของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในฐานะแหล่งอนุรักษ์สัตว์ป่าหายากที่สำคัญของประเทศ
ข้อมูลจากการลาดตระเวนเชิงคุณภาพครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้วางแผนอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างเป็นระบบ กำหนดพื้นที่วิกฤตที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ประเมินผลมาตรการที่ดำเนินการอยู่ และพัฒนาแนวทางความร่วมมือด้านการอนุรักษ์กับประเทศเพื่อนบ้าน
ภารกิจดังกล่าวสะท้อนความเสียสละและความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และยืนยันว่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานยังคงเป็นผืนป่าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งหลบภัยของสัตว์ป่าหายากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้








