นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงได้ขับเคลื่อนโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง ภายใต้กิจกรรมสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น มุ่งเน้นการสร้างรายได้ สร้างตลาด และสร้างโอกาส ควบคู่การบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนประมงทั่วประเทศ
ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2562–2568) สามารถผลักดันให้องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นขึ้นทะเบียนแล้ว 3,497 องค์กร มีสมาชิกรวมกว่า 121,713 ราย ครอบคลุมการดำเนินงาน 5 ด้าน ได้แก่ การประมงทะเลชายฝั่ง 942 องค์กร การประมงทะเลนอกชายฝั่ง 60 องค์กร การประมงน้ำจืด 842 องค์กร การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 1,015 องค์กร และการแปรรูปสัตว์น้ำ 638 องค์กร
จากการติดตามประเมินผล พบว่าองค์กรชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสามารถยกระดับศักยภาพการผลิต ผ่านกิจกรรมเพิ่มผลผลิตและฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ การพัฒนาอาชีพ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและทักษะการทำประมง รวมถึงการเพิ่มมูลค่าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ชุมชน ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นจากปี 2567 จำนวน 417.75 ล้านบาท เป็น 464.57 ล้านบาทในปี 2568 เพิ่มขึ้น 46.82 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.21 สูงกว่าเป้าหมายเชิงคุณภาพที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5
จังหวัดตราดเป็นพื้นที่ที่เห็นผลสำเร็จของโครงการอย่างชัดเจน ปัจจุบันมีองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นขึ้นทะเบียนแล้ว 81 องค์กร สมาชิก 3,369 ราย และมี 53 องค์กรได้รับการสนับสนุนงบประมาณองค์กรละ 100,000 บาท เพื่อนำไปพัฒนาอาชีพและบริหารจัดการทรัพยากรประมงในพื้นที่ เกิดการรวมพลังของชุมชนและการต่อยอดกิจกรรมประมงให้สร้างรายได้หลากหลายรูปแบบ
แนวทางการดำเนินงานสำคัญในจังหวัดตราด ประกอบด้วย การฟื้นฟูระบบนิเวศและแหล่งอาศัยสัตว์น้ำ การพัฒนาอาชีพและปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงให้ถูกต้องตามกฎหมาย การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีประมงอย่างยั่งยืน ตลอดจนการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสัตว์น้ำให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
ขณะเดียวกัน กรมประมงยังส่งเสริมการเชื่อมโยงตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ช่วยให้ผลผลิตจากชุมชนเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง สร้างรายได้ที่มั่นคงควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างสมดุล
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จังหวัดตราดได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 5 องค์กร เพื่อดำเนินกิจกรรมปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมง การจัดหาปัจจัยการผลิต การแปรรูปผลผลิต และการสร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำ
ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด “Fisheries Connect for Sustainability” ที่เชื่อมโยงคน ชุมชน ทรัพยากร เทคโนโลยี และตลาดเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนประมงตั้งแต่ฐานราก และขยายผลสู่ความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนของภาคการประมงไทยในระยะยาว








