สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตือนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมือง งดเว้นการกระทำเข้าข่ายการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งและ
มีโทษทางอาญาอย่างร้ายแรง
กรณีผู้ซื้อสิทธิ
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
(1) จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด
(2) ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม
แก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใด
(3) ทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่าง ๆ
(4) เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด
(5) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิด ในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง
ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี
ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้กระทำความผิด ให้ศาลสั่งจ่ายเงินสินบนนำจับไม่เกินกึ่งหนึ่งจากจำนวนเงินค่าปรับแก่ผู้แจ้งความนำจับ (มาตรา 158 และ 159)
กรณีผู้ขายเสียง
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 101 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้น ไม่ลงคะแนน
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอความร่วมมือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมือง ไม่ซื้อสิทธิ ไม่ขายเสียง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ก่อนวันเลือกตั้ง ห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตเลือกตั้ง ก่อนวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า สส. ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 31 มกราคม 2569 ถึงเวลา 18.00 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 และก่อนวันลงคะแนนเลือกตั้ง สส. ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงเวลา 18.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
หยุดการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง สส. ก่อนวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า สส. ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 31 มกราคม 2569 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ที่เลือกตั้งกลาง (ในเขต และนอกเขต) และบริเวณใกล้เคียงที่จะทำให้เกิดการรบกวน รับรู้ หรือรับทราบข้อมูล เมื่ออยู่ในที่เลือกตั้งกลาง และก่อนวันเลือกตั้ง สส. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงเวลา 24.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ห้ามรณรงค์ให้ออกเสียงประชามติ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่มาใช้สิทธิออกเสียง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงเวลา 17.00 น วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
กกต. เชิญชวนประชาชนไทย มาร่วมใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่อ เพื่อทำหน้าที่สำคัญของประเทศ
ซึ่งผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ คือ ผู้มีสัญชาติไทย (ได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี) อายุ 18 ปีขึ้นไป (เกิดก่อน 10 กุมภาพันธ์ 2551) และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง
ส่วนผู้มีลักษณะต้องห้าม ไม่ให้ใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ประกอบด้วย ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ผู้ต้องคุมขังตามคำสั่งศาล และผู้วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444








