ไทย-สหรัฐฯ เตรียมฝึกร่วม Cobra Gold 2026 สานต่อความสัมพันธ์ที่เข้มแข็ง

พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ร่วมกับนายฌอน เค. โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย แถลงข่าวการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 (Cobra Gold 2026) ณ ห้องประชุมอนุสรณ์สถานแห่งชาติ 

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า การฝึกครั้งนี้จะมีชาติพันธมิตรและเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกว่า 30 ประเทศเข้าร่วม ซึ่งเป็นการดำเนินยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงที่สำคัญในภูมิภาค เพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในทุกมิติ ทั้งทางบก ทางทะเล ทางอากาศและทางไซเบอร์ ให้สอดรับกับภัยคุกคามในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น เช่น การหลอกลวงออนไลน์ การแพร่กระจายข่าวปลอม การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือน ซึ่งส่งผลกระทบต่อปฏิบัติการทหารด้วยเช่นกัน ถือเป็นการยกระดับความร่วมมือในการรับมือกับภัยความมั่นคงที่สำคัญเหล่านี้ เพื่อพัฒนากองทัพให้พร้อมทั้งการรบและสามารถช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต สามารถบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที 

โดยมุ่งมั่นพัฒนา 4 ด้านคือ ความพร้อมด้านการปฏิบัติการร่วม (Joint Operation Readiness) เพื่อรับมือกับวิกฤติต่าง ๆ ร่วมกับนานาประเทศ โดยมีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือ (Flexibility & Preparedness) ผ่านการฝึกจำลองในรูปแบบที่หลากหลาย โดยมุ่งมั่นสร้างหุ้นส่วนด้านสันติภาพ (Partnership for Peace) ด้วยการสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นผ่านการฝึกร่วมกันและสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ด้วยปฏิบัติการด้านมนุษยธรรม เชื่อมโยงความมั่นคงเข้ากับการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชน    

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด แสดงความเชื่อมั่นว่า ความไว้วางใจที่สร้างขึ้นร่วมกับประเทศต่างๆ ผ่านการฝึก Cobra Gold จะมีส่วนช่วยให้ภูมิภาคนี้สามารถผ่านพ้นวิกฤตและความท้าทายใหม่ๆ ในอีก 10 – 20 ปีข้างหน้าไปได้ ซึ่งจะเป็นข้อพิสูจน์ว่า ประเทศต่างๆ สามารถทำงานร่วมกัน เพื่อเป้าหมายที่สูงส่งคือ สันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค และความร่วมมือระหว่างกัน ยังคงมีความเข้มแข็งกว่าความขัดแย้ง ขอย้ำว่า ไทยเป็นประเทศที่รักสงบ แต่ถึงรบก็พร้อมเสมอ แต่เป็นการรบเพื่อรักษาสันติภาพ ปกป้องอธิปไตย ความมั่นคงของประชาชนและสนับสนุนและเสถียรภาพของภูมิภาคไม่ใช่เพื่อสร้างความขัดแย้ง

ด้านเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ได้กล่าวถึงการฝึกร่วม/ผสม ครั้งนี้ว่า เป็นการฝึกครั้งที่ 45 ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ทั้งยังเป็นการฝึกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจากความต่อเนื่องและยาวนานดังกล่าว จึงเป็นการย้ำและยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างสองประเทศ อย่างที่ไม่มีประเทศอื่นใดจะเทียบเท่าได้ในภูมิภาคนี้ แม้สหรัฐฯ จะมีแนวทางในการฟื้นฟูการฝึกทางทหารกับประเทศอื่นใดในภูมิภาคนี้ก็ตาม พร้อมกันนี้ ยังเป็นโอกาสดีอย่างยิ่งในการเฉลิมฉลองครบรอบ การประกาศอิสรภาพ 250 ปีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งตลอดทั้งปีนี้ จะมีกิจกรรมเฉลิมฉลองต่างๆ แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ รวมทั้งจะมีการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ ไทย และภาคีต่างๆ ทั่วโลก ภายใต้การนำของนายโดนัลด์  ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง