กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยืนยันสถานการณ์ไวรัสนิปาห์ในประเทศไทยยังอยู่ในระดับควบคุมได้ หลังดำเนินการเฝ้าระวังในค้างคาวอย่างต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี และยังไม่พบการแพร่กระจายเชื้อจากสัตว์สู่มนุษย์
นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ร่วมกับกรมควบคุมโรค และกรมปศุสัตว์ ศึกษาและติดตามการเฝ้าระวังไวรัสนิปาห์ในค้างคาวแม่ไก่ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 พบว่ามีการตรวจพบเชื้อในค้างคาวจริง แต่เป็นการพบในระดับต่ำและไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน
เมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในต่างประเทศ อาทิ ประเทศอินเดีย บังกลาเทศ และมาเลเซีย ซึ่งมีการตรวจพบเชื้อไวรัสนิปาห์ในค้างคาวประมาณร้อยละ 40 ขณะที่ประเทศไทยพบเพียงร้อยละ 10–16 เท่านั้น และยังไม่อยู่ในระดับที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายสู่มนุษย์ ประกอบกับพฤติกรรมของคนไทยที่ไม่นิยมล่าหรือบริโภคค้างคาว จึงช่วยลดความเสี่ยงด้านสาธารณสุข
กรมอุทยานฯ ได้กำหนดมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด อาทิ การสวมหน้ากากอนามัย แว่นตา และถุงมือขณะเข้าชมถ้ำ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสมูลค้างคาว รวมถึงการคัดกรองนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากประเทศหรือพื้นที่เสี่ยง เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดและยังไม่มีความจำเป็นต้องปิดแหล่งท่องเที่ยวถ้ำแต่อย่างใด
ส่วนกรณีที่มีรายงานการพบค้างคาวแม่ไก่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดชลบุรี จนประชาชนเกิดความกังวลเรื่องการแพร่เชื้อ กรมอุทยานฯ ยืนยันว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อสร้างความมั่นใจและลดความตื่นตระหนก พร้อมย้ำเตือนประชาชนไม่ให้ทำร้ายค้างคาว เนื่องจากเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า








