“อนุทิน” ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ให้กำลังใจประชาชน – กำลังพล ชายแดนไทย – กัมพูชา เร่งเยียวยาประชาชน ครอบครัวทหารผู้เสียชีวิต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบปะและให้กำลังใจกับประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ณ โดมเทศบาลตำบลตาพระยา อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว โดยมีผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และ พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร ร่วมด้วย นายกรัฐมนตรีรับฟังรายงานการให้ความช่วยเหลือชดเชยบ้านเรือนที่เสียหายอันเกิดจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ และการเยียวยาผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรี และได้พบปะประชาชนผู้ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา พร้อมกล่าวทักทายประชาชนชาวอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตั้งใจเดินทางมาพบกับทุกคน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบต่างๆ ขณะนี้อยู่ในสภาวะที่สามารถควบคุมได้ และมีความปลอดภัยมากขึ้นแล้ว โดยเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ความอดทนอดกลั้นของทุกคนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องอพยพออกจากบ้านเรือนไปอยู่ในศูนย์อพยพ แม้ว่าภาครัฐจะพยายามดูแล อำนวยความสะดวก และจัดสวัสดิการให้ดีที่สุด แต่การต้องออกจากบ้านของตนเองย่อมเป็นเรื่องที่สร้างความยากลำบากและความไม่สบายใจ ซึ่งรัฐบาลเข้าใจถึงความรู้สึกนั้นเป็นอย่างดี ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารัฐบาล ต้องขอบคุณประชาชนทุกคนสำหรับความร่วมมือ ความเสียสละ และความอดทนอดกลั้นที่มีต่อการดำเนินงานของภาครัฐ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ความมั่นคง อสม. ชรบ. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการร่วมกันดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด ในช่วงเวลาที่ต้องอพยพและหลบภัย ซึ่งเข้าใจเป็นอย่างดีถึงความรู้สึกของทุกคน เมื่อกลับมาพบว่าบ้านเรือนของตนเองได้รับความเสียหายจากอาวุธหนัก ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า รัฐบาลมีความเสียใจไม่น้อยไปกว่าประชาชน อย่างไรก็ตาม ด้วยความร่วมมือและความเสียสละของทุกคน ทำให้รัฐบาล กองทัพ ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และสามารถปกป้องอธิปไตยของประเทศ ไม่ให้ดินแดนของแผ่นดินไทยต้องสูญเสียไป

ในฐานะนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่สูงสุดในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน และในยามที่ประเทศเผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้ง การปกป้องอธิปไตย ศักดิ์ศรี และความเป็นประเทศไทย คือภารกิจที่ไม่อาจยอมแพ้ได้ และยิ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนเช่นนี้ ก็ยิ่งทำให้การดำเนินการของรัฐเป็นไปด้วยความมั่นใจและไม่เกิดความกังวล โดยจะทำหน้าที่ปกป้องดินแดนอย่างเต็มความสามารถ เพราะเมื่อใดที่ประชาชนปลอดภัย เมื่อนั้นการปฏิบัติภารกิจก็จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขอแสดงความชื่นชม ขอบคุณ และขออภัยในสิ่งที่ได้ก่อให้เกิดความสูญเสีย รัฐบาลจะพยายามอย่างเต็มที่ ใช้ทุกวิถีทางในการเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชน แม้จะทราบดีว่า การเยียวยาใดๆ ก็ไม่อาจทดแทนความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ โดยรัฐบาลจะดำเนินการใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาความเสียหาย ในส่วนของบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย กระทรวงมหาดไทยจะจัดสรรงบประมาณซ่อมแซมเบื้องต้นรายละ 49,000 บาท และในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรี จะมีงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนตามค่าใช้จ่ายจริง ซึ่งจะมีการประเมินความเสียหายโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองต่อไปนายกรัฐมนตรี ยังได้ให้คำมั่นว่าฝ่ายความมั่นคงจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังในการดูแลและปกป้องอธิปไตยของประเทศ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย และสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมสรุปผลการดำเนินการในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา จาก พันโท โอฬาร ขอร่ม หัวหน้าฝ่ายยุทธการ กองกำลังบูรพา และรับชมวีดิทัศน์การบริหารสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ด้านจังหวัดสระแก้ว โดยนายกรัฐมนตรีมอบแนวทางการปฏิบัติงานให้กับส่วนราชการว่า ขอบคุณกองกำลังบูรพา หน่วยเฉพาะกิจตาพระยา จังหวัดสระแก้ว รวมถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดน ทั้งด้านความปลอดภัย การดูแลชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนการอำนวยความสะดวกและการเยียวยาในเบื้องต้น การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความเข้มแข็งของการประสานความร่วมมือระหว่างฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง หน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานพลเรือน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกนายที่ได้ทำหน้าที่ด้วยความเสียสละ ยึดมั่นในผลประโยชน์ของประเทศ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก ทั้งนี้ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดูแลและเยียวยาให้ถึงมือครอบครัวทหารผู้เสียชีวิตอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พร้อมกำชับว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการดูแลทหารที่ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ รวมถึงการจัดหางานหรือแนวทางรองรับในอนาคต เนื่องจากทหารทุกนายล้วนเป็นผู้เสียสละ ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติและประชาชน อีกทั้งรัฐบาลจะให้ความสำคัญสูงสุดต่อความมั่นคงของชาติ และจะดูแลกำลังพลทุกนายอย่างดีที่สุด โดยนายกรัฐมนตรีได้สวมชุดเกราะเพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ชายแดน จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ รับฟังการรายงานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในแนวหน้า รวมถึงให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศอย่างใกล้ชิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง