กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ จัดงานสัมมนาใหญ่หัวข้อ “Mission to Win for The Game Changer : ภารกิจพิชิตชัย แก้เกมไว คว้าแต้มต่อการค้าโลก” เพื่อเตรียมความพร้อมและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ ณ ห้อง LUMPHINI GRAND HALL ชั้น 10 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ประกอบการและผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 500 คน
เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำไม่ถึงร้อยละ 2 และยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยการส่งออกซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย มีแนวโน้มชะลอตัวในปีนี้ และอาจเข้าใกล้ระดับศูนย์หรือหดตัว หลังจากปีที่ผ่านมาเติบโตจากการเร่งส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา อันเป็นผลจากความกังวลด้านมาตรการภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff)
ในด้านการลงทุนจากต่างประเทศ ปัจจุบันมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านบาท โดยเป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ประมาณ 9.8 แสนล้านบาท รัฐบาลตั้งเป้าผลักดันให้เกิดการลงทุนจริงในประเทศภายในปีนี้ไม่น้อยกว่า 480,000 ล้านบาท ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน พร้อมเร่งอำนวยความสะดวกด้านใบอนุญาตและกฎระเบียบ เพื่อเปลี่ยนคำขอให้เป็นการลงทุนจริงอย่างเป็นรูปธรรม
โลกการค้าได้เปลี่ยนจากโครงสร้างสองขั้วไปสู่โลกหลายขั้ว (Multipolar World) ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและความขัดแย้ง ประเทศไทยจำเป็นต้องวางตำแหน่งของตนเองอย่างรอบคอบ โดยนานาชาติมองว่า “เอเชียคือโอกาส” และประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความสนใจในการสร้างความร่วมมือมากขึ้น
ในเชิงยุทธศาสตร์ภูมิภาค ไทยต้องยึดโยงกับอาเซียนให้เข้มแข็ง ใช้ขนาดตลาดและจำนวนประชากรเป็นพลังต่อรอง พร้อมใช้จุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ในฐานะศูนย์กลางของภูมิภาค รวมถึงบทบาทของไทยในฐานะประธานการเจรจาด้านเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน เพื่อผลักดันกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement : DEFA) ซึ่งตั้งเป้ายกระดับมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียนจาก 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการนำเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้พัฒนาทักษะแรงงาน (Upskill–Reskill) และเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจ พร้อมระบุว่า “AI จะไม่มาแทนคน แต่คนที่ใช้ AI เป็น จะมาแทนคนที่ไม่ใช้”
สำหรับนโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ จะมุ่งขับเคลื่อน 6 ด้านหลัก ได้แก่ การขยายตลาดใหม่และใช้ประโยชน์จาก FTA อย่างเต็มที่ การเร่งสรุปการเจรจา FTA และปรับปรุง FTA ที่มีอยู่ให้ทันสมัย การปกป้องอุตสาหกรรมภายในจากการค้าที่ไม่เป็นธรรม การร่วมแก้เกมเมื่อถูกไต่สวนทางการค้า การรักษาผลประโยชน์อุตสาหกรรมไทยด้วยการใช้ local content และการปิดช่องว่างสินค้านำเข้าทะลักควบคู่การยกระดับมาตรฐานสินค้า
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับการปราบปรามธุรกิจอำพรางและนอมินี โดยนำ AI มาเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการส่งเสริมการค้าอย่างยั่งยืนและเศรษฐกิจสีเขียว ผ่านการใช้พลังงานสะอาด การพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว และการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่คำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน
ภายในงานยังมีการเสวนาหัวข้อ “ยุทธศาสตร์การค้าไทยในวันที่โลกเปลี่ยนเกม : พลิกวิกฤตเป็นแต้มต่อ คว้าชัยในสมรภูมิการค้าโลก” จากผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน และนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ ก่อนปิดท้ายด้วยการสัมมนาเชิงเทคนิคและคลินิกให้คำปรึกษาด้านมาตรการการค้าแก่ผู้ประกอบการโดยผู้เชี่ยวชาญของกรมการค้าต่างประเทศ








