ครม. เห็นชอบให้ รฟม. เปิดพื้นที่ให้ประชาชนและผู้ประกอบการเช่า 7 แห่ง ตามแนว MRT สายสีน้ำเงิน เพื่อเพิ่มรายได้

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดำเนินการให้เช่าหรือให้สิทธิใด ๆ ในอสังหาริมทรัพย์และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าและอาคารอเนกประสงค์ที่มีมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เกิน 10 ล้านบาท โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล จำนวน 7 แห่ง ตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ ได้แก่

1) อาคารอเนกประสงค์ 2 ชั้น และแผงค้า (Entrance 1 และ 2) สถานีกำแพงเพชร

2) อาคารเชื่อมต่อสถานีห้าแยกลาดพร้าวกับสถานีพหลโยธิน (Entrance 4)

3) อาคารเชื่อมต่อ MRT สถานีสุขุมวิทกับ BTS สถานีอโศก (Entrance 3)

4) อาคารอเนกประสงค์ (Entrance 2) สถานีวัดมังกร

5) อาคารอเนกประสงค์ (Entrance 1) สถานีสามยอด

6) อาคารอเนกประสงค์ (Entrance 2) สถานีสามยอด

7) อาคารอเนกประสงค์ (Entrance 3) สถานีสามยอด

เพื่อจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า ส่งเสริมให้เกิดความคุ้นเคยต่อระบบรถไฟฟ้า เช่น ตู้กดเงินสดอัตโนมัติ (ATM) ตู้กดสินค้าอัตโนมัติ (Vending machine) ร้านค้าและบริการ
การสื่อสารโทรคมนาคม โฆษณาประชาสัมพันธ์ ลานกิจกรรมและพื้นที่สันทนาการ เป็นต้น โดยให้ดำเนินการเป็นไปตามข้อบังคับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2566 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีเคยมีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2550 ให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้เช่าหรือให้สิทธิใดๆ ในอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาท จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 1. ห้องโถงใต้อาคารจอดรถ 9 ชั้น สถานีรถไฟฟ้าลาดพร้าว 2. อาคารอเนกประสงค์ 2 ชั้น สถานีรถไฟฟ้าลาดพร้าว 3. อาคารอเนกประสงค์ชั้นเดียว สถานีรถไฟฟ้ารัชดาภิเษก และ 4. ชั้นลอยอาคารจอดรถ 3 ชั้น สถานีรถไฟฟ้าศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยในครั้งนี้ รฟม. จะดำเนินการให้เช่าหรือให้สิทธิในอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มรายได้แก่ รฟม. และลดภาระเงินสนับสนุนภาครัฐ ซึ่ง รฟม. ได้จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สำหรับการดำเนินการให้เช่าหรือให้สิทธิใดๆ ในอสังหาริมทรัพย์ และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ รฟม. (แผนแม่บทการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ฯ) โดย รฟม. ได้คัดเลือกอาคารเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าและอาคารอเนกประสงค์ในโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล เป็นพื้นที่ที่จะดำเนินการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ก่อน (ข้อเสนอในครั้งนี้) เนื่องจากเป็นพื้นที่ในกลุ่มสถานีที่มีศักยภาพดีมาก และเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมมากที่สุดสำหรับการพัฒนาเชิงพาณิชย์ รวมทั้งมีระบบสาธารณูปโภคที่รองรับการพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบของอาคารหรือร้านค้า มีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้

ประเด็นสาระสำคัญ
พื้นที่ในโครงการรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ที่จะให้เช่าหรือให้สิทธิรวมทั้งสิ้น 7 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 4,367.21 ตารางเมตร ประกอบด้วย 1. อาคารอเนกประสงค์ 2 ชั้น และแผงค้า (Entrance 1 และ 2) สถานีกำแพงเพชรขนาดพื้นที่ 2,295 ตารางเมตร 2. อาคารเชื่อมต่อสถานีห้าแยกลาดพร้าวกับสถานีพหลโยธิน (Entrance 4) ขนาดพื้นที่ 245.21 ตารางเมตร 3. อาคารเชื่อมต่อ MRT สถานีสุขุมวิทกับ BTS สถานีอโศก (Entrance 3) ขนาดพื้นที่ 204 ตารางเมตร 4. อาคารอเนกประสงค์ (Entrance 2) สถานีวัดมังกร ขนาดพื้นที่ 363 ตารางเมตร 5. อาคารอเนกประสงค์ (Entrance 1) สถานีสามยอด ขนาดพื้นที่ 500 ตารางเมตร 6. อาคารอเนกประสงค์ (Entrance 2) สถานีสามยอด ขนาดพื้นที่ 345 ตารางเมตร 7. อาคารอเนกประสงค์ (Entrance 3) สถานีสามยอด ขนาดพื้นที่ 415 ตารางเมตร  
รูปแบบการให้เช่า หรือให้สิทธิ  รวมทั้งสิ้น 6 รูปแบบ ประกอบด้วย 1. สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ตู้ ATM ตู้กดสินค้าอัตโนมัติ 2. ร้านค้าและบริการ 3. สื่อสารโทรคมนาคม เช่น การให้บริการ WIFI 4. ศูนย์บริการเพื่อให้บริการประชาชน เช่น ศูนย์บริการหนังสือเดินทาง ศูนย์บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ 5. โฆษณาประชาสัมพันธ์ เช่น การติดตั้งป้ายโฆษณา 6. ลานกิจกรรม พื้นที่สันทนาการ ทั้งนี้ ผู้เช่าหรือผู้ให้รับสิทธิสามารถดำเนินการให้มากกว่า 1 รูปแบบ ตามความเหมาะสมของพื้นที่แต่ละแห่ง
แนวทางในการให้เช่า หรือให้สิทธิ  แบ่งออกเป็น 2 กรณี ได้แก่ 1. ให้สิทธิในการใช้พื้นที่แก่ผู้เช่าพื้นที่รายย่อย  2. ให้สิทธิในการใช้พื้นที่แก่ผู้เช่าแบบเหมาพื้นที่ โดย รฟม. ระบุว่าการให้สิทธิแบบเหมาพื้นที่จะทำให้ประชาชนและทางราชการได้ประโยชน์มากกว่า และทำให้ รฟม. ได้รายได้มากกว่าแบบรายย่อย ทั้งนี้ ปัจจุบัน รฟม. ยังไม่ได้กำหนดรูปแบบการให้สิทธิ โดย รฟม. แจ้งว่า จะประชุมหารือเพื่อกำหนดรูปแบบการให้สิทธิอีกครั้งภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบในครั้งนี้
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ1. ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าได้รับการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพิ่มมากขึ้นและสามารถรับบริการที่หลากหลายได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลา เนื่องจากอยู่ใกล้ระบบรถไฟฟ้า รวมทั้งเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการใช้บริการรถไฟฟ้าให้เพิ่มมากขึ้น 2. ฟื้นฟูพื้นที่ว่าง ที่เปลี่ยวและรกร้าง ทำให้มีทัศนียภาพที่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงาม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางแก่ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าและประชาชนและลดปัญหาการบุกรุกพื้นที่/หาบเร่แผงลอยบริเวณใกล้เคียง รวมทั้งยังเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาพื้นที่ 3. เป็นช่องทางในการสื่อสารให้ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าได้รับข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัยทั้งในและนอกกิจการรถไฟฟ้าผ่านการให้เช่าพื้นที่ป้ายโฆษณา 4. เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินกิจการ รวมถึงการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของ รฟม. และภาครัฐ โดยการนำที่ดินที่เหลือจากการใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์การเวนคืนนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 5. เป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เกิดการหมุนเวียนในระบบที่เกิดจากการใช้จ่าย การจ้างงาน การกระจายรายได้สู่ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และประชาชน 6. รฟม. มีรายได้จากการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากรายได้ค่าโดยสาร ทำให้สามารถลดภาระการพึ่งพาเงินสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานภาครัฐลงได้

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ สำนักงบประมาณ (สงป.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เห็นชอบ/ไม่ขัดข้อง โดยมีความเห็นเพิ่มเติม เช่น สงป. เห็นควรให้ รฟม. พิจารณากำหนดรูปแบบการให้เช่าหรือการให้สิทธิใดๆ ที่เหมาะสม เป็นประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการและประชาชน รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการคัดเลือกเอกชนที่เปิดกว้าง เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และ สศช. เห็นควรมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม โดย รฟม. ดำเนินการเร่งเตรียมความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคในอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ รฟม. ให้สามารถรองรับกิจกรรมการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการประกอบกิจการร้านค้า โดยคำนึงถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการให้บริการระบบไฟฟ้าโดยเคร่งครัด

ส่วนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรีที่จะให้ความเห็นชอบได้ตามที่เห็นสมควรและเห็นว่าการดำเนินการในเรื่องนี้เป็นการดำเนินกิจการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ จึงมิได้เป็นกรณีที่คณะรัฐมนตรีกระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป ตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง