นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยว่า ทช. ได้ยกระดับมาตรการควบคุมกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการัง เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ “ระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ว่าด้วยผู้ควบคุมและผู้ช่วยควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการัง พ.ศ. 2569” เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 เพื่อรองรับประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรปะการังจากกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำ พ.ศ. 2568 ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการัง ต้องจัดให้มี “ผู้ควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำ” ทำหน้าที่ให้ความรู้ คำแนะนำ ควบคุม กำกับ และดูแลนักท่องเที่ยว ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในแต่ละประเภทกิจกรรม
ผู้ควบคุมและผู้ช่วยควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำจะต้องผ่านการอบรมและสอบผ่านหลักสูตรตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่ระเบียบกำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้การท่องเที่ยวดำน้ำก่อให้เกิดความเสียหายหรือผลกระทบต่อปะการังและระบบนิเวศในแนวปะการัง
สำหรับกรณีผู้ประกอบการท่องเที่ยวดำน้ำที่ฝ่าฝืน ไม่จัดให้มีผู้ควบคุมหรือผู้ช่วยผู้ควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำ หรือบุคคลใดกระทำการอันเป็นการทำลายหรือสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรปะการังและระบบนิเวศในแนวปะการัง จะมีโทษทางอาญา ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงอาจต้องรับโทษตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ผู้ควบคุมหรือผู้ช่วยผู้ควบคุมที่ฝ่าฝืน จะถูกพิจารณาระงับหรือเพิกถอนการเป็นผู้ควบคุมตามหมวด 5 ของระเบียบดังกล่าว
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในระยะยาว โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับการคุ้มครองระบบนิเวศ ยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวทางทะเลให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อให้แนวปะการังซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศคงความอุดมสมบูรณ์ต่อไป
ขอเชิญชวนผู้ประกอบการท่องเที่ยวดำน้ำ นักดำน้ำ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้ารับการอบรม “หลักสูตรผู้ควบคุมและผู้ช่วยผู้ควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการัง” โดยสามารถสมัครได้ทั้งการยื่นสมัครทางไปรษณีย์ และการสมัครด้วยตนเองตามช่องทางที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำหนด








