กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับ GI SMARTTRACE กับ “ปลากุเลาเค็มตากใบ” เพิ่มความเชื่อมั่นผู้บริโภค ยกระดับสินค้า GI ชายแดนใต้

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าผลักดันการใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ภายใต้โครงการ “GI SMARTTRACE นวัตกรรมตรวจสอบย้อนกลับสินค้า GI” กับสินค้า “ปลากุเลาเค็มตากใบ” ของจังหวัดนราธิวาส ต่อเนื่องจากการนำร่องกับสินค้า “ทุเรียนนนท์” ซึ่งเป็นสินค้า GI รายการแรกของประเทศ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา นำคณะลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เปิดกิจกรรมชี้แจงโครงการ GI SMARTTRACE พบปะผู้ประกอบการปลากุเลาเค็มตากใบ พร้อมตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิต และผลักดันการนำระบบดังกล่าวมาใช้งานจริงเป็นสินค้า GI รายการแรกของจังหวัด โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถใช้งานระบบได้อย่างต่อเนื่อง

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้พัฒนาระบบ GI SMARTTRACE ตั้งแต่ปี 2568 และเริ่มนำร่องใช้กับสินค้า “ทุเรียนนนท์” ซึ่งเป็นสินค้า GI ระดับพรีเมียมที่มีมูลค่าสูง เพื่อยืนยันแหล่งที่มาและคุณภาพของสินค้าให้สอดคล้องกับพื้นที่ภูมิศาสตร์ที่ขึ้นทะเบียนไว้ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและสนับสนุนการตัดสินใจซื้อ

สำหรับขั้นตอนการตรวจสอบ ผู้บริโภคสามารถสแกน QR Code บนตัวสินค้า เพื่อเข้าถึงข้อมูลสำคัญ อาทิ แหล่งผลิต ผู้ประกอบการ กระบวนการผลิต วันที่ผลิต มาตรฐานรับรอง รวมถึงรับชมภาพบรรยากาศแหล่งผลิตแบบ 360 องศา เพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต

ทั้งนี้ จังหวัดนราธิวาสมีสินค้า GI จำนวน 4 รายการ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 1,630 ล้านบาทต่อปี โดยมีการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพแล้ว 3 รายการ ได้แก่ ปลากุเลาเค็มตากใบ ข้าวหอมกระดังงา นราธิวาส และลองกองตันหยงมัส ส่วนทุเรียนบางนราอยู่ระหว่างการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพ โดยกรมฯ เลือกขับเคลื่อน GI SMARTTRACE กับ “ปลากุเลาเค็มตากใบ” เป็นรายการแรก เนื่องจากเป็นสินค้า GI พรีเมียมที่มีมูลค่าสูง ซึ่งขึ้นทะเบียน GI ตั้งแต่ปี 2558 จากเดิมราคาประมาณ 1,200 บาทต่อกิโลกรัม และหลังขึ้นทะเบียน GI ราคาปรับเพิ่มเป็นประมาณ 1,800 บาทต่อกิโลกรัม

ด้านนางสาวปัญจพร พันธเสน เจ้าของ “กุเลาทอง แม่แป้น ตากใบ” กล่าวว่า ระบบตรวจสอบย้อนกลับช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ผลิตว่าสินค้าจะไม่ถูกปลอมแปลง พร้อมยืนยันคุณภาพปลากุเลาเค็มตากใบซึ่งมีเอกลักษณ์จากกรรมวิธีการผลิตตามภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมากว่า 100 ปี ส่งผลให้สินค้าโดดเด่นด้านรสชาติ เนื้อแน่น ฟู และมีกลิ่นหอม สร้างรายได้และงานให้กับชุมชน รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เยาวชนในพื้นที่

สำหรับปี 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งเป้าผลักดันการใช้ระบบ GI SMARTTRACE เพิ่มอีก 2 รายการ ได้แก่ ปลากุเลาเค็มตากใบ จังหวัดนราธิวาส และมังคุดคีรีวงศ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้าที่ขึ้นทะเบียน GI แล้ว 250 รายการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 114,000 ล้านบาท และมีการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพแล้ว 211 รายการ คิดเป็นร้อยละ 84 ของสินค้า GI ทั้งหมด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง