นายกฯ สั่งการทุกกระทรวง เฝ้าระวังไวรัสนิปาห์ “ศธ.” เตรียมออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดในสถานศึกษา “สธ.” ยืนยัน จ.ภูเก็ต ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ

หลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการในการประชุมคณะรัฐมนตรีให้ทุกกระทรวงมีการเตรียมการเฝ้าระวังไวรัสนิปาห์ (NIPAH) อย่างเข้มข้น รอบด้าน และสร้างความตระหนักรู้ถึงวิธีการคัดกรองผู้ป่วย

(28 ม.ค. 69) ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงมาตรการเฝ้าระวังเรื่องไวรัสนิปาห์ในสถานศึกษา ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ว่า นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค มาให้ข้อมูลพร้อมหารือร่วมกันอย่างเข้มข้น จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสนิปาห์ ในพื้นที่รัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ติดเชื้อในพื้นที่และเสียชีวิตนั้น ในการประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีการหารือร่วมกันถึงการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์อย่างจริงจัง และใช้เวลานาน โดยมีอธิบดีกรมควบคุมโรคมาให้ข้อมูลและรายงานสถานการณ์ ว่าขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศและที่ผ่านมาก็ไม่เคยพบ แต่ก็ไม่ควรประมาท เพราะเป็นหนึ่งในโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ที่มีความรุนแรงสูง ที่กลับมาระบาดอีกครั้งหลังจากค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 2541

โรคดังกล่าวเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะค้างคาว สุกร ม้า แมว แพะ และแกะ และแม้จะยังไม่พบรายงานผู้ป่วยในประเทศไทย แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะยังไม่มียารักษาและวัคซีนป้องกัน โดยทางกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมที่จะออกแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดในหน่วยงานและสถานศึกษาตามมาตรฐานสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่นักเรียนนักศึกษา ข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเบื้องต้นขอแนะนำให้ทุกคนพยายามดูแลและป้องกันตนเอง โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์รังโรค (Reservoir) และสัตว์พาหะ ล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทานทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย เนื้อสัตว์ หรือซากสัตว์ โดยเฉพาะค้างคาว สุกร ม้า แมว แพะ และแกะ ที่สำคัญคือรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ด้วยการล้างมือด้วยสบู่บ่อย ๆ หากมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่ ไข้สูง ปวดศีรษะ ควรพบแพทย์ทันที

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ไวรัสนิปาห์ เป็นโรคที่แพร่ได้หลายทาง ได้แก่ แพร่จากสัตว์สู่คน ด้วยการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่ติดเชื้อ แพร่จากคนสู่คน ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือเลือด และแพร่จากการบริโภคน้ำผลไม้ที่เก็บด้วยวิธีการที่ไม่สะอาดและปนเปื้อนเชื้อจากค้างคาว มีระยะฟักตัวอยู่ที่ 4-14 วัน หรืออาจนานได้ถึง 45 วัน ซึ่งจะมีอาการแบ่งออกได้หลายระดับ คือ มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ อาเจียน ไอ เหนื่อยหอบ เป็นต้น

ทางด้านกระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นเช่นกัน โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดชุดตรวจที่สนามบินแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 โดยกรมควบคุมโรคได้ร่วมกับทางท่าอากาศยานทำการตรวจสอบผู้โดยสารที่มาจากรัฐเวสต์เบงกอล เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย ซึ่งปัจจุบันยังไม่พบผู้ติดเชื้อ ทั้งนี้ ในแต่ละวันจะมีผู้โดยสารเดินทางจากรัฐดังกล่าวเข้ามาวันละ 700 คน ทั้งใน 3 สนามบิน ประกอบด้วย ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และภูเก็ต นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จึงได้ช่วยสั่งการให้ประสานกับท่าอากาศยานตรวจอย่างเข้มข้น พร้อมขอยืนยันว่าหากพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สามารถตรวจหาเชื้อได้ภายใน 8 ชั่วโมง ทั้งนี้ไวรัสนิปาห์การแพร่กระจายจะไม่เหมือนกับโควิด-19 เนื่องจากโควิดแม้จะยังไม่แสดงอาการก็ยังสามารถแพร่เชื้อได้ แต่ไวรัสนิปาห์หากยังไม่แสดงอาการจะไม่สามารถแพร่เชื้อได้ เช่น หากเจอผู้ติดเชื้อ 1 คนในสายการบิน แต่คนที่อยู่บนเครื่องและนั่งมาด้วยจะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำ เพราะไวรัสนิปาห์ไม่สามารถแพร่กระจายได้ในระยะฟักตัว ยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ตั้งแต่เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และจะดูแลต่อไป

นายพัฒนา ยังกล่าวถึงกรณีที่มีข่าวชาวบ้านในจังหวัดชลบุรีกังวลเรื่องค้างคาวแม่ไก่ ว่า แม้ค้างคาวแม่ไก่ถือเป็นสัตว์พาหะ แต่ยืนยันว่าในไทยยังไม่เคยพบผู้ติดเชื้อ อย่างไรก็ตามขอฝากถึงประชาชนว่าให้สังเกตอาการตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มีการเดินทางไปในรัฐเวสต์เบงกอล หากมีอาการคล้ายหวัดให้แจ้งมายังกระทรวงสาธารณสุขทันที

ด้าน นายแพทย์ดุษฎี คงตระกูลทรัพย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลว่าพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งไม่เป็นความจริงและอาจสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน โดยจากการตรวจสอบร่วมกันของสถานพยาบาลทุกแห่ง ยืนยันว่า ไม่พบรายงานผู้ป่วยไวรัสนิปาห์เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลแต่อย่างใด ทั้งนี้ จากข้อมูลที่มีการเผยแพร่ ทางโรงพยาบาลเอกชนที่ถูกอ้างถึงเตรียมดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยเบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้แล้วที่สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต เพื่อป้องกันความเสียหายต่อประชาชนและภาพลักษณ์ของจังหวัด

ทั้งนี้จังหวัดภูเก็ต ได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น ทั้งการคัดกรองผู้เดินทาง ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง การเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาล ห้องแยกควบคุมโรค อุปกรณ์ป้องกัน และระบบตรวจทางห้องปฏิบัติการ รวมถึงบูรณาการความร่วมมือแบบ One Health เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ร้อยเอก ปกป้อง สุวรรณโมฬี รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายสนับสนุนธุรกิจ รักษาการแทน ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต พร้อมด้วย ผู้บริหารท่าอากาศยานภูเก็ต ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ซึ่งท่าอากาศยานภูเก็ตได้ดำเนินการคัดกรองผู้โดยสารของสายการบิน IndiGo เที่ยวบินที่ 6E1087 เส้นทางบินจากเมืองโกลกาตา (CCU) – ท่าอากาศยานภูเก็ต (HKT) จำนวน 133 คน ณ ประตูทางออกขึ้นเครื่องหมายเลข 15 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ โดยบูรณาการความร่วมมือกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ทั้งการคัดกรองผู้โดยสาร การเฝ้าระวัง และการดูแลสุขอนามัยภายในอาคารผู้โดยสาร ทั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค สร้างความปลอดภัยด้านสาธารณสุข และเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง